Thais have an old saying stating that if one concurrently encounters an Indian and a snake, one should get rid of the Indian first. The statement may be said in jest but it does reflect an old prejudice against immigrants from the Indian sub-continent who in the old days not only looked quite different but also conducted themselves so differently from the local population: they were tremendously hard-working as well as extremely frugal; they were often money lenders who would make small loans at exorbitant interest rates to people who needed the money urgently.
I have spent a considerable amount of time over the past few weeks visiting rural Buddhist temples and towns. What stand out most is that many temples have huge modern-looking buildings in addition to the usual monks’ kuti or living quarters and the intricately designed ‘bosti’ or chapel structures. Except for the living quarters, most buildings are barred, shuttered and locked, presumably to be opened only for use during religious ceremonies.
When I was growing up, temple buildings normally had no door- and window-bars and were not locked. Times have clearly changed. Without those bars and locks, religious artifacts, notably golden Buddha statues, would have quickly disappeared.
Last week’s earthquake in Haiti is devastating. But it might not be as devastating as the long suffering endured by the people of that country, condemned to be the poorest in the Western Hemisphere for decades. Those who have read Collapse: How Societies Choose to Fail or Succeed by Jarred Diamond or An Inconvenient Truth by Al Gore might recall a description and an aerial photograph showing a sharp contrast between the two halves of the island of Hispaniola, mostly covered by dense forest when Christopher Columbus discovered it in 1492. The eastern half which is now occupied by the Dominican Republic is generally green as a large part of its forest remains intact while the western half which is Haiti is largely brown as over 97% of its forest has been cleared resulting in the denuded land turning arid.
Burma recently announced that it would purchase 20 Mig-29 from Russia to add to the dozen its air force already had. Vietnam followed with an announcement that it was buying a few submarines from the same source, presumably to counter the Chinese threat. Normally, such announcements would trigger some sort of response from the Thai armed forces. This time, however, there has been no report of an immediate reaction from the Thai air force. The Thai navy, on the other hand, said it would recommend that the government purchase 3-4 submarines at the cost of some 20 billion baht each, with one billion baht to be spent immediately on an old submarine for training purposes.
ข่าวความรกร้างว่างเปล่าของสนามบินในต่างจังหวัดสะท้อนปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งน่าจะชี้ให้เห็นว่า วิธีพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเราเท่าที่ผ่านมา
ขาดความสมดุลอย่างร้ายแรง นั่นคือ การจะทำอะไรสักอย่างจะต้องมีการก่อสร้างเป็นส่วนประกอบหลัก สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามมาจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าของเงินทุนที่หายากหรือไม่ เราไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนัก นอกจากสนามบินที่รกร้างว่างเปล่าเพราะเลิกใช้ไปแล้ว ยังมีสนามบินอีกมากที่โดยทั่วไปถูกใช้เพียงจำกัดอีกด้วย สนามบินเป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียวที่เป็นข่าว ทั้งนี้คงเพราะมันมีขนาดใหญ่ที่ใช้เงินทุนจำนวนมากและอาจมีการขัดแย้งของผู้มีประโยชน์ส่วนตัวแฝงอยู่ด้วย ยังมีสิ่งก่อสร้างอีกสารพัดอย่างซึ่งตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
ในช่วงนี้ข่าวใหญ่ในเมืองไทยได้แก่เรื่องคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทซึ่งถูกกล่าวหาว่าได้มาด้วยความฉ้อฉล ข่าวใหญ่ในต่างประเทศมีหลากหลาย จากแผ่นดินไหวในเฮติซึ่งทำให้คนตายกว่าสองแสนคน สงครามซึ่งยังดำเนินต่อไปทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน ภาวะโลกร้อนที่ก่อให้เกิดความแห้งแล้งร้ายแรงและพายุใหญ่ เหตุการณ์เหล่านี้ดูจะไม่มีเหตุปัจจัยร่วมกัน แต่มันมีซึ่งได้แก่จำนวนคน การบริโภคของแต่ละคนและวิธีสร้างผลิตผลเพื่อสนองการบริโภคนั้น
คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 11 เมษายน 2551 พูดถึงเฮติและเสนอว่าเมืองไทยอาจไม่ล่มสลายคล้ายเฮติ แต่จะคล้ายประเทศในละตินอเมริกาที่พัฒนาอย่างต้วมเตี้ยม แต่มาถึงตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่าเมืองไทยจะคล้ายเฮติ ขอทบทวนบทความที่อ้างถึงซึ่งเขียนขึ้นหลังเกิดจลาจลยังผลให้มีคนเสียชีวิตในเฮติ สาเหตุของจลาจลได้แก่ราคาของข้าว ถั่วและผลไม้ที่พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จลาจลในเฮติคล้ายกับจลาจลในตะวันออกกลางและแอฟริกา การประท้วงราคาอาหารแพงไม่ใช่ของใหม่ แม้แต่ในประเทศซึ่งไม่ยากจนนักก็มักเกิดขึ้น เช่น ในเม็กซิโกเมื่อต้นปี 2550 เมื่อราคาของอาหารหลักซึ่งทำจากข้าวโพดพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว การประท้วงในเฮติกลายเป็นจลาจลยังผลให้มีคนตายเพราะชาวเฮติราว 80% ยากจนมากและประเทศตกอยู่ในภาวะล่มสลาย ความยากจนและภาวะล่มสลายมีความสัมพันธ์กันสูงมากและเกิดจากสาเหตุพื้นฐานร่วมกัน
ในตอนก่อนสิ้นปี 2552 ไม่นาน รัฐบาลพม่าและรัฐบาลเวียดนามแถลงว่าจะซื้ออาวุธจำนวนมากจากรัสเซีย พม่าจะซื้อเครื่องบินขับไล่ มิก-29 เพิ่มขึ้นอีก 20 ลำซึ่งจะทำให้กองทัพอากาศพม่ามีเครื่องบินชนิดนั้นรวมกันเป็น 32 ลำ ส่วนเวียดนามจะซื้อเรือดำน้ำจำนวนหนึ่ง ตามธรรมดาการประกาศซื้ออาวุธเช่นนั้นของประเทศเพื่อนบ้านมักนำไปสู่การผลักดันของกองทัพไทยให้รัฐบาลจัดสรรเงินเพื่อซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นทันที แต่ครั้งนี้กองทัพอากาศดูจะยังนิ่งเงียบ ส่วนกองทัพเรือเสนอว่า เมืองไทยน่าจะซื้อเรือดำน้ำสัก 3-4 ลำด้วยราคาลำละราว 20 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นควรจะใช้เงินราวหนึ่งพันล้านบาทซื้อเรือดำน้ำเก่ามาใช้ในการฝึกทันที
มีข่าวว่าสัปดาห์นี้ Paul Midler จะผ่านมาเมืองไทย ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะพบกับใครบ้างในระหว่างที่อยู่ที่นี่และจะมีสื่อนำเรื่องราวของเขามาเสนอหรือไม่ต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่ได้อ่านหนังสือของเขาไม่นานหลังหนังสือเล่มนั้นออกจากโรงพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 หนังสือชื่อ Poorly Made in China: An Insider’s Account of the Tactics behind China’s Production Game ชื่อของหนังสือกระตุกความสนใจของผมเป็นพิเศษเพราะมันบ่งบอกถึงเบื้องหลังของการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพในเมืองจีน คงเป็นที่ทราบกันแล้วว่า การผลิตสินค้าด้อยคุณภาพดูจะเป็นข่าวคู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของจีนอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้ยินเรื่องจำพวกการใส่สารอันตรายเช่นเมลามีนลงไปในนม การผสมสารตะกั่วลงไปในสีและความละเลยด้านการตรวจตราสารเคมีอย่างถี่ถ้วนในของเด็กเล่นเป็นประจำ
บทความนี้เขียนระหว่างช่วงต่อของปี 2552 และปี 2553 เพื่อลงพิมพ์หลังวันขึ้นปีใหม่ หวังว่ายังไม่สายเกินไปที่จะส่งความปรารถนาดีและไมตรีจิตรถึงผู้อ่านในเทศกาลส่งความสุข วันนี้ขออนุญาตชี้แจงเรื่องเบื้องต้น 4 เรื่องเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันเพราะมันมีความสำคัญต่อการอ่านวิวัฒนาการด้านเศรษฐกิจและการประเมินนโยบายต่อไปในวันข้างหน้า
ณ วันนี้ผู้ที่ลงทุนซื้อทองคำเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อนคงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับกำไรที่ทำได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อไว้เป็นเวลากว่าห้าปี เนื่องจากไม่มีการลงทุนหรือการเก็งกำไรชนิดไหนในช่วงห้าปีที่ผ่านมาจะทำกำไรได้ถึงสามเท่าของเงินทุนเช่นการซื้อทองคำ แต่ผู้ที่เพิ่งซื้อเมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมาคงจะตกอยู่ในภาวะหายใจไม่ค่อยทั่วท้องบ้างเป็นครั้งคราว ภาวะเช่นนี้จะคงอยู่ต่อไปแม้จะมีผู้ทำนายว่าราคาทองคำจะยังเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้เพราะในเวลาเดียวกันมีผู้แย้งว่า ย้อนไปห้าปีบรรดาผู้เชี่ยวชาญก็พากันยืนยันอย่างแข็งขันว่าราคาบ้านในอเมริกาจะไม่มีทางตก เนื่องจากผมไม่มีความสามารถที่จะฟันธงลงไปว่าราคาทองคำจะวิวัฒน์ไปทางไหน ผมจะไม่เขียนถึงเรื่องราคาในอนาคต แต่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลพวงที่ทองคำทำให้เกิดขึ้น
[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]