ถึงเวลาแก้ความไม่สมดุลของการลงทุนที่ผ่านมา

ข่าวความรกร้างว่างเปล่าของสนามบินในต่างจังหวัดสะท้อนปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งน่าจะชี้ให้เห็นว่า วิธีพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเราเท่าที่ผ่านมา

ขาดความสมดุลอย่างร้ายแรง นั่นคือ การจะทำอะไรสักอย่างจะต้องมีการก่อสร้างเป็นส่วนประกอบหลัก สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามมาจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าของเงินทุนที่หายากหรือไม่ เราไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนัก นอกจากสนามบินที่รกร้างว่างเปล่าเพราะเลิกใช้ไปแล้ว ยังมีสนามบินอีกมากที่โดยทั่วไปถูกใช้เพียงจำกัดอีกด้วย สนามบินเป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียวที่เป็นข่าว ทั้งนี้คงเพราะมันมีขนาดใหญ่ที่ใช้เงินทุนจำนวนมากและอาจมีการขัดแย้งของผู้มีประโยชน์ส่วนตัวแฝงอยู่ด้วย ยังมีสิ่งก่อสร้างอีกสารพัดอย่างซึ่งตกอยู่ในสภาพเดียวกัน

เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมวัดจำนวนมากในภาคกลางของประเทศ ปรากฏการณ์ในแนวเดียวกันมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในเกือบทุกวัด แต่ละวัดมีอาคารขนาดใหญ่หลากหลายอาคาร นอกจากกุฏิที่มีพระไม่กี่รูปอยู่ประจำแล้ว อาคารเหล่านั้นถูกปิดไว้และจะเปิดใช้ก็ต่อเมื่อมีงานเทศกาลซึ่งก็นาน ๆ ครั้ง อาคารส่วนใหญ่จึงดูจะสร้างขึ้นไว้สำหรับให้นกพิราบถ่ายรด บางวัดมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างไว้นอกอาคาร พระพุทธรูปเหล่านั้นจึงกรำแดดกรำฝนตลอดเวลา คนท้องถิ่นโอ้อวดว่าบางองค์มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย บางองค์มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ผมไม่แตกฉานในคำสอนของศาสนาจึงไม่รู้ว่าองค์ศาสดาได้ทรงบัญญัติไว้ที่ไหน หรือไม่ว่าสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นคือทางสู่นิพพานของพุทธศาสนิกชน จากการศึกษาเพียงจำกัด ผมสรุปว่าไม่น่าจะมีบทบัญญัติเช่นนั้นอยู่

การก่อสร้างอาคารและพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไว้ทุกหนทุกแห่งตรงข้ามกับแนวคิดของชาวอามิชในอเมริกาซึ่งตีความหมายหลักศาสนาของพวกเขาว่า ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งปลูกสร้างเพราะแก่นของศาสนาขึ้นอยู่กับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามคำสอนของศาสดา ฉะนั้น ชาวอามิชจึงไม่มีวัดและอาคาร หากอาศัยโรงนาเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาเมื่อจำเป็น นอกจากนั้น พวกเขายังไม่สร้างรูปปั้นขององค์ศาสดาและไม้กางเขนอีกด้วย พวกเขาเห็นว่าการสร้างสิ่งเหล่านั้นเป็นการผลาญเงินโดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งกว่านั้น พวกเขามุ่งดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายอยู่ตามทุ่งไร่ทุ่งนามากกว่าจะโลดแล่นไปตามกระแสโลกแนวบริโภคนิยม พวกเขาจึงไม่ใช้แม้กระทั่งไฟฟ้า รถยนต์ หรือรถไถ หากยังใช้ม้าไถนา เทียมเกวียนและลากรถ

ในวัดขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ผมสังเกตแต่ไกลว่ามีอาคารอันสง่างามตั้งอยู่และมีป้ายเขียนด้วยตัวอักษรขนาด ใหญ่ไว้ว่า “ห้องสมุดชุมชน” ผมมองว่าการสร้างห้องสมุดชุมชนไว้ในเขตวัดวางอยู่บนฐานของการคิดอันก้าวหน้า เนื่องจากว่าทั้งนักเรียนของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ข้างวัด สมาชิกในชุมชนและพระจะสามารถเข้าถึงได้ง่าย และใช้หนังสือร่วมกันอย่างคุ้มค่า เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้จึงรู้ว่าอาคารนั้นร้างและเมื่อผมมองผ่านหน้าต่างเข้า ไปก็เห็นว่าข้างในไม่มีหนังสือแม้แต่เล่มเดียว ภายในอาคารขนาดกลางนั้น นอกจากตู้หนังสือสองสามตู้ซึ่งอยู่ในสภาพหักพังแล้ว มีเศษวัสดุก่อสร้างเก่าๆ กองไว้หลายกอง ผมประเมินว่าอาคารนั้นคงใช้เงินหลายล้านบาทก่อสร้าง

แต่ห้องสมุดร้างก็ยังมีเพื่อนอยู่ทั่วไปเนื่องจากอาคารซึ่งก่อสร้างขึ้น ในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จำนวนมากก็อยู่ในสภาพรกร้างว่างเปล่า หรือกึ่งรกร้างเช่นกัน เมื่อผมปรึกษาผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการรัฐบาล ท่านก็บอกผมว่า สิ่งที่ผมเล่ามาเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นเนื่องจากรัฐบาลมีอาคารมากมายซึ่งแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นอาคารแสดงสินค้า สนามกีฬา อาคารสำนักงาน ห้องสมุดชุมชนไปจนถึงหอประชุมจังหวัดและเทศบาลพร้อมกับอาคารอเนกประสงค์ อื่นๆ

การมีสิ่งปลูกสร้างมากมายซึ่งถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าดังกล่าวนั้นน่า จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า วิธีพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเราขาดสมดุลเพราะถูกครอบงำโดยบริษัทก่อสร้าง ที่ส่วนหนึ่งนักเลือกตั้งกับนักการเมืองและญาติมิตรเป็นเจ้าของ องค์กรของรัฐจำพวกสภาพัฒน์และสำนักงบประมาณถูกก่อตั้งขึ้นมาให้เป็นเพียงตรายางของบริษัทก่อสร้างและนักการเมืองซึ่งส่วนใหญ่ใช้ตำแหน่งเพื่อทำมาหากิน จริงอยู่เมื่อมองดูสิ่งปลูกสร้างอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของปัจจัยพื้นฐานแล้ว ประเทศของเราก้าวหน้ากว่าประเทศในกลุ่มเดียวกัน แต่การพัฒนาแบบที่ทำกันมานี้จะไม่มีวันทำให้เราก้าวหน้าจนตามประเทศที่พัฒนาสูงแล้วทันได้ นอกจากเราจะเปลี่ยนวิธีเสียใหม่โดยเลิกมุ่งเน้นการก่อสร้างแล้วเพิ่มการมุ่งเน้นการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ให้คุ้มทุนยิ่งขึ้น ในภาษาคอมพิวเตอร์ ประเด็นนี้มีค่าเท่ากับการหันมาเน้นซอฟต์แวร์แทนการเน้นตัวเครื่องหรือฮาร์ดแวร์ที่เราพยายามทำกันมานมนาน

วันนี้จึงขอเสนอต่อรัฐบาลและชนชั้นผู้นำทั้งในส่วนของศาสนาและส่วนของทางโลกว่า เนื่องจากเราเสียเวลาและทุนมามากแล้ว จากวันนี้เป็นต้นไป เราจะเริ่มวิธีพัฒนาใหม่ที่ไม่เน้นการก่อสร้างแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างในอดีต เราจะก่อสร้างเพียงสิ่งจำเป็นและหันไปเน้นการใช้สอยสิ่งปลูกสร้างอย่างเข้มข้นสุด ๆ.

……

ดร.ไสว บุญมา พิมพ์ในคอลัมน์ บ้านเขาเมืองเรา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่องในหมวดเดียวกัน - Related posts

This entry was posted on Tuesday, March 2nd, 2010 and is filed under การพัฒนา. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

white-line S-Boonma

คุยกับผู้อ่านครั้งที่ ๑๒ วาระครบรอบหนึ่งปีของเว็บไซต์

>> เว็บไซต์นี้ปรากฏแก่สายตาผู้ท่องเว็บเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมเขียนมาคุยกับผู้อ่านเป็นครั้งคราว ตอบคำถามและเสริมความเห็นของผู้อ่านบ้าง และส่งเรื่องมาให้...เชิญอ่านต่อที่นี่<< white-line

......................................................................

[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]

white-line white-line white-line

มูลนิธินักอ่านบ้านนา donation bookandwriter

kosolanusim

bookish

เรื่องรายเดือน

เรื่องตามหมวดหมู่

ความคิดเห็น – Comments

เรื่องล่าสุด – Latest Posts

เรื่องเด่นประเด็นสำคัญ

.