ข้อคิดจากโจเซฟ สติกลิตซ์ เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

หลังกลับจากเมืองไทยเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ดร.โจเซฟ สติกลิตซ์ เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ในสหรัฐอเมริกามีเนื้อหาเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบัน
เราอาจนำบางประเด็นมาประกอบการพิจารณาเพื่อตัดสินใจว่าควรทำอย่างไร เขามองว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะยังซบเซาต่อไปอีกหนึ่งถึงสองปี ฉะนั้นการเก็บภาษีจะยังได้ในระดับต่ำ ทำให้งบประมาณของรัฐบาลขาดดุลสูงต่อไปเนื่องจากรัฐบาลยังมีโครงการใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การขาดดุลนั้นย่อมทำให้หนี้สินของรัฐบาลเพิ่มขึ้น แต่เขามองว่านั่นไม่ใช่ปัญหาที่น่าวิตกตราบใดที่การใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นการ ลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง

คุยกับผู้อ่าน 4 – ปริศนาแห่งพุกาม

ครั้งที่ผมพูดเรื่องคนกับธรรมชาติ ผมไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นปริศนาที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้ นั่นคือ เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองพุกาม
คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า พุกามเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรพม่าโบราณและรุ่งเรืองสูงสุดเมื่อราวพันปีที่แล้ว จุดเด่นของพุกามในขณะนี้คือเจดีย์นับพันองค์ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้เราดูกันแบบไม่จืด ผมมีโอกาสไปเที่ยวที่นั่นเป็นเวลาสองวันเมื่อหลายปีก่อน พื้นที่ซึ่งเจดีย์เก่าแก่จำนวนมากตั้งอยู่นั้นกว้างใหญ่หลายสิบตารางกิโลเมตร ผมใช้วิธีเช่าจักรยานขี่ไปตามใจชอบ จึงสามารถเลือกชมเจดีย์เล็กใหญ่ได้อย่างจุใจในเวลาเพียงจำกัด
เจดีย์เหล่านั้นย้ำเตือนผมอีกครั้งถึงความไม่ยั่งยืนของสรรพสิ่งและอานุภาพของธรรมชาติที่เราไม่สามารถเอาชนะได้อย่างถาวร การทำอะไรที่ทำลายธรรมชาติจึงลงท้ายด้วยการทำลายตัวเอง ผมทราบว่า พุกามตั้งอยู่ในเขตที่มีความแห้งแล้งเมื่อเทียบกับส่วนอื่นของพม่าเฉกเช่นที่ภาคอีสานของไทยแห้งแล้งกว่าส่วนอื่นของดินแดนสุวรรณภูมิ แต่ผมสังเกตว่าแม้แต่ในหน้าฝนที่ผมไปเที่ยวนั้น พุกามดูจะแห้งแล้งและร้อนมากเป็นพิเศษและต้นไม้จำนวนมากมีลักษณะคล้ายกับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามทะเลทรายมากกว่าต้นไม้ในเขตมรสุม ผมไม่ทราบว่า ความแห้งแล้งและความร้อนนั้นเกิดขึ้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว หรือถูกทำให้ร้ายแรงขึ้นด้วยการตัดต้นไม้ทำลายป่าเพื่อนำที่ดินมาเป็นสถานที่สร้างเจดีย์และบ้านเมือง
จากการอ่านประวัติศาสตร์ ผมเข้าใจว่าแม้แต่ที่ดินในย่านตะวันออกกลางซึ่งเป็นทะเลทรายอยู่ในขณะนี้ก็เคยมีความชุ่มชื้นมาก่อน การตัดต้นไม้ทำลายป่าของอารยธรรมโบราณทำให้มันแห้งแล้งร้ายแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากพม่าอยู่ในทางมรสุมคล้ายไทย หากการตัดต้นไม้ทำให้ย่านพุกามแห้งแล้งจนเป็นกึ่งทะเลทราย เมืองไทยย่อมกลายเป็นทะเลทรายได้หากเราไม่ปลูกต้นไม้ขึ้นมาแทนป่าไม้ที่ถูกตัด แต่ปริศนาอยู่ที่ว่าเราจะต้องปลูกต้นไม้สักเท่าไรจึงจะป้องกันมิให้เกิดความแห้งแล้งเช่นนั้น

Active Social Capital – ทุนทางสังคมกับการพัฒนา

หลังจากเมืองไทยได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2551 อีกครั้ง ความแตกแยกในสังคมไทยดูจะร้ายแรงยิ่งขึ้น แทนที่จะลดลง  ปรากฏการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยของไทยยังล้มลุกคลุกคลานแม้จะพยายามพัฒนากันมากว่า 75 ปีแล้วก็ตาม  ย้อนกลับไปราว 150 ปี ไทยและญี่ปุ่นเปิดประเทศรับเทคโนโลยีใหม่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานของการปฏิวัติอุตสาหกรรม  จากวันนั้นถึงวันนี้ญี่ปุ่นพัฒนาเศรษฐกิจหนีไทยไปแบบไม่เห็นฝุ่น  แต่ไทยก็ใช่จะโดดเดี่ยว หากมีเพื่อนร่วมชะตากรรมจำนวนมาก  ฉะนั้นในปัจจุบันนี้จึงมีหลายประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเพียงแต่ชื่อและชาวโลกกว่า 1 พันล้านคนตกอยู่ในสภาพยากจนสุด ๆ

The Wealth and Poverty of Nations – ความรวย ความจน

ในระหว่างสงครามเย็นภยันตรายหมายเลขหนึ่งซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวโลกได้แก่ การสู้กันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตเพราะเหตุการณ์เช่นนั้นมีค่าเท่ากับเกิดไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก  หลังสงครามเย็นยุติชาวโลกไม่ถูกคุกคามด้วยความหวาดกลัวเช่นนั้นอีกต่อไป  แต่ปราชญ์เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ดี จึงพากันคาดว่ามนุษย์จะต้องสรรหาสาเหตุอื่นมาเป็นข้ออ้างเพื่อทะเลาะกันแทนความแตกต่างทางแนวคิดทางการเมือง  ในหนังสือเรื่อง The Clash of Civilizations and the Remaking of World Order, Samuel Huntington เสนอว่าในยุคต่อไปมนุษย์จะใช้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นสาเหตุของการทะเลาะกันและนั่นจะเป็นต้นตอของปัญหาใหญ่ ๆ ในโลกแห่งอนาคต

THAILAND COULD SOON MIRROR VENEZUELA

Last week another Venezuelan beauty queen was crowned Miss Universe for the second consecutive year, which is unprecedented. In the 57-year history of beauty contests under the auspices of Miss Universe and Miss World organisations, Venezuelans have been crowned a combined total of 11 times, followed by Americans who have won nine times. Thais have [...]

Guide to the Perfect Latin American Idiot – แนะนำละตินอเมริกันปัญญาอ่อน

ปัญหาการพัฒนาถอยหลังของบางประเทศในกลุ่มละตินอเมริกาเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาเป็นเวลานาน ฝ่ายหนึ่งซึ่งประกอบด้วยชาวละตินอเมริกาส่วนใหญ่อธิบายว่าผู้สร้างปัญหาคือ ประเทศผู้ล่าอาณานิคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา อีกฝ่ายหนึ่งอธิบายว่าผู้สร้างปัญหาคือชาวละตินอเมริกาเอง เนื่องจากชาวละตินอเมริกามักมองว่าต้นตอของปัญหามาจากภายนอก นาน ๆ จึงจะมีหนังสือแนวที่มองแบบส่องกระจกดูเงาตัวเองพิมพ์ออกมาสักครั้ง ในจำนวนนี้มีหนังสือแนวมองตัวเองของชาวละตินอเมริกาชื่อ Manual del perfecto idiota latinoamericano ซึ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่าติดต่อกันมาเป็นเวลานานจนต้องพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก

คุยกับผู้อ่าน 3 ชุมชนพอเพียงของฝรั่ง

สหรัฐอเมริกาได้ชื่อว่าเป็น “หม้อรวมมิตร” (Melting Pot) เนื่องชาวอเมริกันเกิดจากร้อยพ่อพันแม่ซึ่งอพยพเข้าไปจากต่างถิ่น โอกาสที่ดีและความมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตอย่างไรก็ได้เป็นแรงจูงใจสำคัญแรงหนึ่งซึ่งดึงดูดผู้อพยพ ต่อมาความก้าวหน้าสูงเป็นแรงจูงใจสำคัญอีกแรงหนึ่งด้วย ในสายตาของชาวต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาเพียบพร้อมด้วยความก้าวหน้าสารพัด ฉะนั้น เมื่อผมพูดถึงชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่งซึ่งยังใช้ม้าลากไถและไม่ใช้แม้กระทั่งไฟฟ้า คนไทยจึงมักแสดงอาการเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งออกมาให้เห็น เมื่อปี ๒๕๔๕ ผมพิมพ์หนังสือเล่มเล็ก ๆ ชื่อ “อเมริกาที่ยังใช้ม้าเทียมไถ” เพื่อเล่าเรื่องราวของชาว “อามิช” ซึ่งดำเนินชีวิตแบบย้อนยุคนั้นให้คนไทยอ่าน

อเมริกามีชาวอามิชหลายแสนคน พวกเขาเป็นชาวยุโรปซึ่งอพยพเข้าไปในอเมริกาเหนือเมื่อหลายร้อยปีก่อนและดำเนินชีวิตแบบยุคนั้นติดต่อกันมาจนทุกวันนี้ นั่นคือ เลี้ยงชีวิตด้วยการเกษตรเป็นส่วนใหญ่โดยใช้ม้าลากไถและลากรถ ไม่ใช่ไฟฟ้า ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีโทรศัพท์ในบ้านและไม่มีรถยนต์ ผมพยายามศึกษาเรื่องราวของชาวอามิชเพราะอยากรู้ว่าการดำเนินชีวิตแบบย้อนยุคนั้นสร้างความสุขกายสบายใจแตกต่างกับสังคมอเมริกันรอบด้านที่ใช้เทคโนโลยีร่วมสมัยหรือไม่ ผมแน่ใจว่าพวกเขามีความสุขกายสบายใจไม่น้อยกว่าผู้อื่น
ในช่วงนี้มีนักข่าวชาวอเมริกันให้ความสนใจเรื่อราวของชาวอามิชเป็นพิเศษเนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำมานานและชาวอเมริกันจำนวนมากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นักข่าวอยากรู้ว่าชาวอามิชได้รับผลกระทบหรือไม่ คำตอบคือ พวกเขาได้รับเนื่องจากขายสินค้าบางอย่างไม่ค่อยได้ นักท่องเที่ยวผ่านไปในย่านของชาวอามิชน้อยลง และชาวอามิชที่ไปรับจ้างสร้างบ้านและทำงานกับผู้อื่นก็ตกงานคล้ายชาวอเมริกันทั่วไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชาวอามิชส่วนใหญ่ผลิตอาหารและเครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้านเอง ฉะนั้น โดยทั่วไปพวกเขาได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้อื่น ตอนนี้ชาวอเมริกันส่วนหนึ่งเริ่มมองเห็นผลดีของการดำเนินชีวิตแบบชาวอามิชและหันมาปลูกผัก เลี้ยงไก่และผลิตของใช้ภายในบ้านเองมากขึ้น [...]

Better Off – ทิ้งรถไถกลับไปหาเจ้าทุย (1)

สหรัฐอเมริกามีสมญาว่า The Melting Pot ซึ่งอาจแปลว่า “หม้อรวมมิตร” หรืออะไรเทือกนั้น เนื่องจากชาวอเมริกันสืบเชื้อสายมาจากหลากหลายชาติพันธุ์และแนวคิด ชาวอเมริกันมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างกว้างขวาง ฉะนั้นท่ามกลางสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีนำสมัย จึงมีชาวอเมริกันกลุ่มใหญ่ที่ไม่ยอมใช้แม้กระทั่งกระแสไฟฟ้า เช่น กลุ่มที่ชื่อว่า “อามิช” (Amish) ซึ่งยังใช้ม้าลากรถ ลากไถและเครื่องมือใหญ่ ๆ ในการทำไร่ทำนา

Better Off – ทิ้งรถไถกลับไปหาเจ้าทุย (2)

ภาค 2 ซึ่งผู้เขียนตั้งชื่อว่า “การเจริญงอกงาม” มีอยู่ด้วยกัน 8 บท การตั้งชื่อเช่นนี้มีความหมายหลายอย่างนอกเหนือจากพืชที่เขาปลูกไว้ในไร่และในส่วนครัว ในเบื้องแรกภรรยาของเขาเริ่มตั้งครรภ์โดยไม่คาดหมาย แม้การตั้งครรภ์นั้นจะทำให้เขาทั้งสองวิตกอยู่บ้างและทำให้ภรรยาของเขาคิดถึงแม่และญาติมิตรต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกล แต่มันก็เปิดโอกาสให้เธอคิดเกี่ยวกับเรื่องจะทำอะไรต่อไปหลังจากหมดกำหนดอยู่ในหมู่ชาวอามิชแล้ว เขาถือโอกาสนั้นขับรถพาภรรยาออกไปดูสถานที่ต่าง ๆ ที่เขาหวังว่าจะมีทุกอย่างที่เขาต้องการโดยเฉพาะในด้านสถานที่ซึ่งควรจะต้องเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีสถาบันอุดมศึกษาตั้งอยู่ การขับรถตระเวนไปหลายวันทำให้ภรรยาของเขารู้สึกคิดถึงบ้าน แต่บ้านในความรู้สึกของเธอในขณะนั้นกลายเป็นบ้านเช่าของชาวอามิช เขาคิดว่านั่นเป็นจุดพลิกผันสำคัญยิ่ง
ความเจริญงอกงามอีกด้านหนึ่งได้แก่ด้านมิตรภาพ ผู้เขียนและภรรยาค่อย ๆ รู้จักสมาชิกในชุมชนมากขึ้นเมื่อเขาเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การตัดต้นไม้ไว้ปลูกคอกหมู การปลูกโรงนา การลงแขกถอนหญ้าและนวดข้าวและการเข้าร่วมพิธีในโบสถ์ การได้รู้จักกับสมาชิกในชุมชนทำให้เขารู้ลึกซึ้งถึงภูมิหลังของพวกเขาว่ามาจากหลายแหล่งและแต่ละคนมีความคิดต่างกัน มิตรภาพช่วยให้ผู้เขียนเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้นรวมทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่เขาเองไม้มีส่วนเข้าร่วมด้วย เช่น การประชุมสภาของหมู่บ้าน
แม้สมาชิกในชุมชนนี้จะมีแนวคิดที่จะดำเนินชีวิตแบบชาวอามิชดั้งเดิมก็จริง แต่พวกเขายังมีความเห็นต่างกันว่าจะใช้เทคโนโลยีร่วมสมัยมากสักเท่าไร บางคนต่อต้านการใช้เครื่องทุ่นแรงทุกชนิดรวมทั้งจากสัตว์ด้วยเพราะเห็นว่ายิ่งใช้เครื่องทุ่นแรงผลิตสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นเท่าไร ความต้องการก็จะเพิ่มขึ้นไปเท่านั้น ส่วนบางคนเห็นว่าเครื่องมือบางชนิดมีความจำเป็น เช่น [...]

white-line S-Boonma

คุยกับผู้อ่านครั้งที่ ๑๒ วาระครบรอบหนึ่งปีของเว็บไซต์

>> เว็บไซต์นี้ปรากฏแก่สายตาผู้ท่องเว็บเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมเขียนมาคุยกับผู้อ่านเป็นครั้งคราว ตอบคำถามและเสริมความเห็นของผู้อ่านบ้าง และส่งเรื่องมาให้...เชิญอ่านต่อที่นี่<< white-line

......................................................................

[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]

white-line white-line white-line

มูลนิธินักอ่านบ้านนา donation bookandwriter

kosolanusim

bookish

เรื่องรายเดือน

เรื่องตามหมวดหมู่

ความคิดเห็น – Comments

เรื่องล่าสุด – Latest Posts

เรื่องเด่นประเด็นสำคัญ

.