คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 11 เมษายน 2551 พูดถึงเฮติและเสนอว่าเมืองไทยอาจไม่ล่มสลายคล้ายเฮติ แต่จะคล้ายประเทศในละตินอเมริกาที่พัฒนาอย่างต้วมเตี้ยม แต่มาถึงตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่าเมืองไทยจะคล้ายเฮติ ขอทบทวนบทความที่อ้างถึงซึ่งเขียนขึ้นหลังเกิดจลาจลยังผลให้มีคนเสียชีวิตในเฮติ สาเหตุของจลาจลได้แก่ราคาของข้าว ถั่วและผลไม้ที่พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จลาจลในเฮติคล้ายกับจลาจลในตะวันออกกลางและแอฟริกา การประท้วงราคาอาหารแพงไม่ใช่ของใหม่ แม้แต่ในประเทศซึ่งไม่ยากจนนักก็มักเกิดขึ้น เช่น ในเม็กซิโกเมื่อต้นปี 2550 เมื่อราคาของอาหารหลักซึ่งทำจากข้าวโพดพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว การประท้วงในเฮติกลายเป็นจลาจลยังผลให้มีคนตายเพราะชาวเฮติราว 80% ยากจนมากและประเทศตกอยู่ในภาวะล่มสลาย ความยากจนและภาวะล่มสลายมีความสัมพันธ์กันสูงมากและเกิดจากสาเหตุพื้นฐานร่วมกัน
Written on February 26, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
ในตอนก่อนสิ้นปี 2552 ไม่นาน รัฐบาลพม่าและรัฐบาลเวียดนามแถลงว่าจะซื้ออาวุธจำนวนมากจากรัสเซีย พม่าจะซื้อเครื่องบินขับไล่ มิก-29 เพิ่มขึ้นอีก 20 ลำซึ่งจะทำให้กองทัพอากาศพม่ามีเครื่องบินชนิดนั้นรวมกันเป็น 32 ลำ ส่วนเวียดนามจะซื้อเรือดำน้ำจำนวนหนึ่ง ตามธรรมดาการประกาศซื้ออาวุธเช่นนั้นของประเทศเพื่อนบ้านมักนำไปสู่การผลักดันของกองทัพไทยให้รัฐบาลจัดสรรเงินเพื่อซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นทันที แต่ครั้งนี้กองทัพอากาศดูจะยังนิ่งเงียบ ส่วนกองทัพเรือเสนอว่า เมืองไทยน่าจะซื้อเรือดำน้ำสัก 3-4 ลำด้วยราคาลำละราว 20 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นควรจะใช้เงินราวหนึ่งพันล้านบาทซื้อเรือดำน้ำเก่ามาใช้ในการฝึกทันที
Written on January 25, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
มีข่าวว่าสัปดาห์นี้ Paul Midler จะผ่านมาเมืองไทย ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะพบกับใครบ้างในระหว่างที่อยู่ที่นี่และจะมีสื่อนำเรื่องราวของเขามาเสนอหรือไม่ต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่ได้อ่านหนังสือของเขาไม่นานหลังหนังสือเล่มนั้นออกจากโรงพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 หนังสือชื่อ Poorly Made in China: An Insider’s Account of the Tactics behind China’s Production Game ชื่อของหนังสือกระตุกความสนใจของผมเป็นพิเศษเพราะมันบ่งบอกถึงเบื้องหลังของการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพในเมืองจีน คงเป็นที่ทราบกันแล้วว่า การผลิตสินค้าด้อยคุณภาพดูจะเป็นข่าวคู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของจีนอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้ยินเรื่องจำพวกการใส่สารอันตรายเช่นเมลามีนลงไปในนม การผสมสารตะกั่วลงไปในสีและความละเลยด้านการตรวจตราสารเคมีอย่างถี่ถ้วนในของเด็กเล่นเป็นประจำ
Written on January 17, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
1 Comment
บทความนี้เขียนระหว่างช่วงต่อของปี 2552 และปี 2553 เพื่อลงพิมพ์หลังวันขึ้นปีใหม่ หวังว่ายังไม่สายเกินไปที่จะส่งความปรารถนาดีและไมตรีจิตรถึงผู้อ่านในเทศกาลส่งความสุข วันนี้ขออนุญาตชี้แจงเรื่องเบื้องต้น 4 เรื่องเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันเพราะมันมีความสำคัญต่อการอ่านวิวัฒนาการด้านเศรษฐกิจและการประเมินนโยบายต่อไปในวันข้างหน้า
Written on January 17, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
2 Comments
ณ วันนี้ผู้ที่ลงทุนซื้อทองคำเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อนคงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับกำไรที่ทำได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อไว้เป็นเวลากว่าห้าปี เนื่องจากไม่มีการลงทุนหรือการเก็งกำไรชนิดไหนในช่วงห้าปีที่ผ่านมาจะทำกำไรได้ถึงสามเท่าของเงินทุนเช่นการซื้อทองคำ แต่ผู้ที่เพิ่งซื้อเมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมาคงจะตกอยู่ในภาวะหายใจไม่ค่อยทั่วท้องบ้างเป็นครั้งคราว ภาวะเช่นนี้จะคงอยู่ต่อไปแม้จะมีผู้ทำนายว่าราคาทองคำจะยังเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้เพราะในเวลาเดียวกันมีผู้แย้งว่า ย้อนไปห้าปีบรรดาผู้เชี่ยวชาญก็พากันยืนยันอย่างแข็งขันว่าราคาบ้านในอเมริกาจะไม่มีทางตก เนื่องจากผมไม่มีความสามารถที่จะฟันธงลงไปว่าราคาทองคำจะวิวัฒน์ไปทางไหน ผมจะไม่เขียนถึงเรื่องราคาในอนาคต แต่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลพวงที่ทองคำทำให้เกิดขึ้น
Written on January 11, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
คอลัมน์นี้อ้างถึงเหตุการณ์วันสิ้นโลก 2012 หลายครั้งรวมทั้งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย ช่วงนี้พอดีผมเดินทางไปในย่านฮอลลีวูด จึงถือโอกาสไปดูภาพยนตร์เรื่องวันสิ้นโลก 2012 ซึ่งกำลังสร้างความสนใจ การไปดูที่นั่นเพิ่มบรรยากาศขึ้นมากเนื่องจากมีโอกาสคุยกับผู้อยู่ในวงการภาพยนตร์และฉากใหญ่ ๆ เกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ดูภาพยนตร์ ขอเรียนว่า 2012 ซึ่งตรงกับ พ. ศ. 2555 เป็นปีที่มีผู้ทำนายว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เริ่มด้วยชาวมายาซึ่งเคยรุ่งเรืองอยู่ในอเมริกากลาง ตามด้วยชาวฝรั่งเศสชื่อนอสตราดามุสซึ่งเขียนคำทำนายไว้เมื่อราว 500 ปีก่อน และพระสงฆ์ไทยชื่อฐิติลาโภ ภิกขุ ซึ่งเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เพียงไม่กี่เดือน อย่างไรก็ตามทั้งสามไม่ได้อธิบายว่าอะไรจะก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าลูกอุกาบาตขนาดยักษ์จะพุ่งชนโลก บ้างก็ว่าโรคร้ายจะทำให้คนตายนับพันล้านคน ส่วนภาพยนตร์เรื่องนั้นใช้การปะทุใหญ่หลวงของดวงอาทิตย์เป็นต้นเหตุที่ทำให้แกนของโลกละลาย ส่งผลให้แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดและเกิดคลื่นยักษ์ทั่วไปจนทำให้โลกประสบวันสิ้นสุด
Written on December 15, 2009 | Posted in
เศรษฐกิจ |
2 Comments
ดร. โจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นรางวัลโนเบลผ่านมาเมืองไทยเมื่อปลายเดือนสิงหาคม เรื่องราวและข้อคิดของเขาได้รับการเผยแพร่ แต่ไม่มีใครพูดถึงประเด็นหนึ่งซึ่งคล้ายการเปลี่ยนแปลงในเมืองไทยที่ให้บทเรียนสำคัญ ประเด็นนั้นมาจากประสบการณ์ที่เขาเล่าไว้ในหนังสือชื่อ Globalization and Its Discontents และ Making Globalization Work ซึ่ง ประชาชาติธุรกิจ เคยนำบทคัดย่อมาเสนอและในปัจจุบันอาจดึงออกมาอ่านได้จากเว็บไซต์ www.sawaiboonma.com
ย้อนไปในยุคอุตสาหกรรม โลกเห็นการเปลี่ยนระบบตลาดเสรีให้เป็นคอมมิวนิสต์ เช่น ในรัสเซียหลังปี ๒๔๖๐ และในเมืองจีนเมื่อปี ๒๔๙๒ เมื่อโลกเดินเข้ายุคสารสนเทศและสงครามเย็นสิ้นสุดลงในปี ๒๕๓๒ ดินแดนของผู้แพ้สงครามนั้นถูกเปลี่ยนจากระบบคอมมิวนิสต์ให้เป็นระบบตลาดเสรี เนื่องจากการเปลี่ยนเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โลกจึงขาดประสบการณ์ยังผลให้ผู้เชี่ยวชาญแตกออกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายแรกคิดว่าควรปรับเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปเพราะเห็นว่าประเทศคอมมิวนิสต์ขาดกฎเกณฑ์และสถาบันเบื้องต้นของระบบตลาดเสรี เช่น กฎเกณฑ์ของการแข่งขัน ข้อปฏิบัติของสถาบันการเงินและกฎหมายล้มละลาย ยิ่งกว่านั้นชาวรัสเซียซึ่งถูกปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์มา ๗๒ ปี ไม่เคยต้องตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเองเลย ได้แต่รอฟังคำสั่งจากรัฐบาล พวกเขาต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้และตัดสินใจทำอะไร ๆ ด้วยตัวเอง ฝ่ายที่สองต้องการให้เปลี่ยนทุกอย่างทันที ฝ่ายนี้มีกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาเป็นหัวเรือใหญ่และมีไอเอ็มเอฟเป็นลิ่วล้อจึงเป็นฝ่ายชนะ
Written on November 3, 2009 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญดูจะเห็นพ้องต้องกันว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นคืนชีพแล้ว หัวจักรใหญ่ที่ขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้แก่จีน ยิ่งกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญยังคาดการณ์ว่า จีนจะเป็นหัวจักรที่พาเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวต่อไปอีกด้วย แต่ในขณะนี้ดูจะไม่มีใครแสดงความสงสัยออกมาเลยว่า จะขยายตัวกันไปแบบไม่มีที่สิ้นสุดเพื่ออะไร นั่นหมายความว่าการบริโภคและการใช้ทรัพยากรโลกจะเพิ่มขึ้นถึงแม้ว่าการบริโภคบางอย่างจะมีแต่ทางเสียก็ตาม เช่น การสูบบุหรี่และนำมอเตอร์ไซค์ไปขี่แข่งกันเพื่อเผาน้ำมันเล่น
Written on October 6, 2009 | Posted in
เศรษฐกิจ |
2 Comments
หลังกลับจากเมืองไทยเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ดร.โจเซฟ สติกลิตซ์ เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ในสหรัฐอเมริกามีเนื้อหาเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบัน
เราอาจนำบางประเด็นมาประกอบการพิจารณาเพื่อตัดสินใจว่าควรทำอย่างไร เขามองว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะยังซบเซาต่อไปอีกหนึ่งถึงสองปี ฉะนั้นการเก็บภาษีจะยังได้ในระดับต่ำ ทำให้งบประมาณของรัฐบาลขาดดุลสูงต่อไปเนื่องจากรัฐบาลยังมีโครงการใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การขาดดุลนั้นย่อมทำให้หนี้สินของรัฐบาลเพิ่มขึ้น แต่เขามองว่านั่นไม่ใช่ปัญหาที่น่าวิตกตราบใดที่การใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นการ ลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง
Written on September 13, 2009 | Posted in
เศรษฐกิจ |
1 Comment
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อรายงานเรื่องนักเศรษฐศาสตร์ชั้นรางวัลโนเบล พอล ครุกแมน ออกมาบอกว่าวิกฤติเศรษฐกิจทุเลาลงแล้ว เศรษฐกิจจะไม่ถดถอยต่อไปจนถึงระดับแสนสาหัสดังเมื่อครั้งที่เกิดขึ้นหลัง ตลาดหุ้นสหรัฐล่มสลายเมื่อปลายปี 2472 แต่เขาบอกด้วยว่าคงใช้เวลาอีกนานก่อนที่มันจะฟื้นคืนชีพ ก่อนหน้านั้นไม่นาน นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังบางคนของไทยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะยังตกต่ำต่อไป ซึ่งต่างกับมุมมองของรัฐบาลที่ว่าอีกไม่นาน
Written on August 23, 2009 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment