(๒) ความลับลี้อยู่ที่”หัว”
บทที่ ๓ ชื่อว่า The Mystery of Capital หรือ “ความลี้ลับของทุน” ดูตามชื่อแล้วบทนี้น่าจะเป็นหัวใจของหนังสือ ผู้เขียนเสนอว่าประเทศด้อยพัฒนาไม่สามารถเปลี่ยนทรัพย์ให้เป็นทุนได้เพราะลืมไป หรือไม่รู้ด้วยว่า การเปลี่ยนนั้นเป็นขบวนการที่สลับซับซ้อนคล้ายการเปลี่ยนก้อนอิฐให้เป็นพลังงานโดยใช้กระบวนการระเบิดอะตอมของไอน์สไตน์ มักลืมไปด้วยซ้ำว่า “ทุน” หมายความว่าอะไร และมักสำคัญผิดคิดว่า “เงิน” คือ “ทุน” บางประเทศพิมพ์เงินออกมามากมายแต่ไม่มีทุนเพียงพอในการขยายผลิตผล เพราะเงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนและตัวแสดงค่าของสิ่งต่าง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ทุน ตัวเชื่อมระหว่างเงินกับทุนได้แก่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน
Written on August 28, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
(๑) เนื้อหามาจากนอก
ความตั้งใจของรัฐบาลที่จะขจัดความยากจนของคนไทยด้วยการแปลงทรัพย์ให้เป็นทุนตามแนวคิดในหนังสือ The Mystery of Capital ของ เฮอนานโด เดอ โซโต (Hernando de Soto) ก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคมไทย The Mystery of Capital คงแปลได้ว่า “ความลี้ลับของทุน”
เดอ โซโต อ้างว่าสาเหตุที่ระบบทุนนิยมใช้ได้ผลในสังคมตะวันตก แต่ไร้ผลในประเทศด้อยพัฒนา เพราะสังคมตะวันตกสามารถเปลี่ยนทรัพย์ให้เป็นทุนได้ ส่วนประเทศด้อยพัฒนามองไม่เห็นว่าจะทำอย่างไร ทุนจึงมีความ “ลี้ลับ” สำหรับประเทศในกลุ่มหลัง เขาเขียนหนังสือขึ้นเพื่อไขความลี้ลับให้ประเทศเหล่านี้
Written on August 28, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
เมื่อไม่นานมานี้มีผลการวิจัยสองชิ้นพิมพ์ออกมา ชิ้นแรกเป็นของนักวิชาการในธนาคารโลกและมหาวิทยาลัยในเยอรมนี ชิ้นที่สองเป็นงานของโครงการในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ทั้งสองชิ้นน่าสนใจโดยเฉพาะในบริบทของเมืองไทยในยุคจะปฏิรูป จึงขอนำมาเล่าคร่าว ๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดข้อคิดบางอย่างสำหรับแนวทางปฏิรูป
Written on August 26, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
กิจกรรมจำนวนมากที่เราทำเพื่อสนองความต้องการของเราเป็นส่วนประกอบของเศรษฐกิจ ด้านหนึ่งเป็นการผลิต อีกด้านหนึ่งเป็นการบริโภค ส่วนที่ผลิตได้แต่ยังไม่บริโภคทันที หากออมไว้สำหรับในวันหน้าเรียกว่าส่วนเก็บออม การผลิตและการบริโภคเกิดขึ้นพร้อมกับบรรพบุรุษของมนุษย์เรา แต่การคำนวณว่าเราผลิตได้เท่าไรและบริโภคเท่าไรซึ่งเรามักใช้เป็นดัชนีชี้วัดความก้าวหน้า หรือการพัฒนาของสังคม และภาวะเศรษฐกิจดังที่เราเข้าใจกันในปัจจุบันเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ “จีดีพี” มักถูกอ้างถึงบ่อย ๆ เมื่อพูดถึงภาวะเศรษฐกิจทั้งที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรกันแน่ จีดีพีเป็นที่นิยมใช้ชี้วัดภาวะเศรษฐกิจเพราะมันสั้นกว่าคำว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ Gross Domestic Product ซึ่งย่อมาเป็น GDP
Written on August 6, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
ผู้ติดตามความคืบหน้าด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและในเมืองไทยจำนวนไม่น้อยคงรู้สึกงง ๆ กันอยู่บ้างเนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์ดูจะตกลงกันไม่ได้ว่าควรจะทำอะไรต่อไป ในการประชุมกลุ่ม-20 ของบรรดาประเทศก้าวหน้าในแคนานดาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ฝ่ายอเมริกาต้องการให้ใช้นโยบายจำพวกกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจที่มีทีท่าว่ากำลังฟื้นตัวจะไม่หยุดชะงัก หรือถดถอยซ้ำสอง ฝ่ายสหภาพยุโรปไม่เห็นด้วยเพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปหมายถึงการเพิ่มหนี้ให้แก่รัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ มีหนี้มากอยู่แล้ว การก่อหนี้เพิ่มขึ้นจะสร้างปัญหาที่หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นในอนาคต
Written on July 23, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
2 Comments
ประสบการณ์ในหลาย ประเทศบ่งว่าจะเป็นอะไรคงไม่สำคัญเท่ากับรัฐมีเงินพอจ่ายหรือไม่ ถ้ามีไม่พอแล้วยังดันทุรังทำต่อไป ผลสุดท้าย เศรษฐกิจก็จะติดหล่ม พอรัฐบาลประกาศว่าจะต่อ อายุโครงการที่ให้ประชาชนใช้ไฟฟ้า น้ำประปา รถประจำทาง และรถไฟ โดยไม่ต้องจ่ายเงินพร้อมกับเสนอแนวคิดว่าจะทำบางอย่างเป็นนโยบายถาวร ก็มีการถกเถียงกันว่ามันเป็นประชานิยม หรือรัฐสวัสดิการกันแน่ ประสบการณ์ในหลายประเทศบ่งว่าจะเป็นอะไรคงไม่สำคัญเท่ากับรัฐมีเงินพอจ่าย หรือไม่ ถ้ามีไม่พอแล้วยังดันทุรังทำต่อไป ผลสุดท้าย เศรษฐกิจก็จะติดหล่มเช่นเดียวกัน
Written on July 9, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
7 Comments
ท่ามกลางการประโคมข่าวรายวันเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งของราคาน้ำมันและของอาหารหลายชนิด รายงานเกี่ยวกับราคาของมันฝรั่งถูกกลบเกือบหมด เป็นความโชคดีของผู้ที่รับประทานมันฝรั่งเป็นอาหารหลักเพราะราคาของมันอยู่เกือบคงที่ ทั้งนี้เพราะมันฝรั่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ปลูกไว้รับประทานกันในท้องถิ่นมากกว่าอาหารหลักซึ่งมักถูกส่งไปขายในต่างประเทศ เช่น ข้าว และท่ามกลางข่าวใหญ่ ๆ ดูจะไม่มีใครนึกถึงเรื่องที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ปีนี้เป็นปีแห่งมันฝรั่งซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกาใต้
Written on June 9, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
2 Comments
คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 11 เมษายน 2551 พูดถึงเฮติและเสนอว่าเมืองไทยอาจไม่ล่มสลายคล้ายเฮติ แต่จะคล้ายประเทศในละตินอเมริกาที่พัฒนาอย่างต้วมเตี้ยม แต่มาถึงตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่าเมืองไทยจะคล้ายเฮติ ขอทบทวนบทความที่อ้างถึงซึ่งเขียนขึ้นหลังเกิดจลาจลยังผลให้มีคนเสียชีวิตในเฮติ สาเหตุของจลาจลได้แก่ราคาของข้าว ถั่วและผลไม้ที่พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จลาจลในเฮติคล้ายกับจลาจลในตะวันออกกลางและแอฟริกา การประท้วงราคาอาหารแพงไม่ใช่ของใหม่ แม้แต่ในประเทศซึ่งไม่ยากจนนักก็มักเกิดขึ้น เช่น ในเม็กซิโกเมื่อต้นปี 2550 เมื่อราคาของอาหารหลักซึ่งทำจากข้าวโพดพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว การประท้วงในเฮติกลายเป็นจลาจลยังผลให้มีคนตายเพราะชาวเฮติราว 80% ยากจนมากและประเทศตกอยู่ในภาวะล่มสลาย ความยากจนและภาวะล่มสลายมีความสัมพันธ์กันสูงมากและเกิดจากสาเหตุพื้นฐานร่วมกัน
Written on February 26, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
ในตอนก่อนสิ้นปี 2552 ไม่นาน รัฐบาลพม่าและรัฐบาลเวียดนามแถลงว่าจะซื้ออาวุธจำนวนมากจากรัสเซีย พม่าจะซื้อเครื่องบินขับไล่ มิก-29 เพิ่มขึ้นอีก 20 ลำซึ่งจะทำให้กองทัพอากาศพม่ามีเครื่องบินชนิดนั้นรวมกันเป็น 32 ลำ ส่วนเวียดนามจะซื้อเรือดำน้ำจำนวนหนึ่ง ตามธรรมดาการประกาศซื้ออาวุธเช่นนั้นของประเทศเพื่อนบ้านมักนำไปสู่การผลักดันของกองทัพไทยให้รัฐบาลจัดสรรเงินเพื่อซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นทันที แต่ครั้งนี้กองทัพอากาศดูจะยังนิ่งเงียบ ส่วนกองทัพเรือเสนอว่า เมืองไทยน่าจะซื้อเรือดำน้ำสัก 3-4 ลำด้วยราคาลำละราว 20 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นควรจะใช้เงินราวหนึ่งพันล้านบาทซื้อเรือดำน้ำเก่ามาใช้ในการฝึกทันที
Written on January 25, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
Leave a comment
มีข่าวว่าสัปดาห์นี้ Paul Midler จะผ่านมาเมืองไทย ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะพบกับใครบ้างในระหว่างที่อยู่ที่นี่และจะมีสื่อนำเรื่องราวของเขามาเสนอหรือไม่ต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่ได้อ่านหนังสือของเขาไม่นานหลังหนังสือเล่มนั้นออกจากโรงพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 หนังสือชื่อ Poorly Made in China: An Insider’s Account of the Tactics behind China’s Production Game ชื่อของหนังสือกระตุกความสนใจของผมเป็นพิเศษเพราะมันบ่งบอกถึงเบื้องหลังของการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพในเมืองจีน คงเป็นที่ทราบกันแล้วว่า การผลิตสินค้าด้อยคุณภาพดูจะเป็นข่าวคู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของจีนอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้ยินเรื่องจำพวกการใส่สารอันตรายเช่นเมลามีนลงไปในนม การผสมสารตะกั่วลงไปในสีและความละเลยด้านการตรวจตราสารเคมีอย่างถี่ถ้วนในของเด็กเล่นเป็นประจำ
Written on January 17, 2010 | Posted in
เศรษฐกิจ |
1 Comment