การทะลุทะลวงความสลับซับซ้อนเพื่อค้นหาทางแก้ไขมีขั้นตอนที่พอจะคาดได้อยู่สี่ขั้นด้วยกันคือ พิจารณาจุดหมาย, ค้นหากลวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด, แสวงหาเทคโนโลยีทีเหมาะสมที่สุดสำหรับกลวิธีนั้น, และในระหว่างที่แสวงหาอยู่, ก็ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วอย่างชาญฉลาด – ไม่ว่าจะเป็นชนิดที่ต้องใช้ความรอบรู้ค่อนข้างสูง, เช่น ยา, หรือชนิดที่ง่ายกว่า, เช่น มุ้ง.
ขอยกการแพร่ระบาดของโรคเอดส์มาเป็นตัวอย่าง. จุดหมายกว้าง ๆ, แน่ละ, ย่อมได้แก่การกำจัดโรคนั้น. กลวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดได้แก่การป้องกัน. เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นวัคซีนที่ฉีดเพียงครั้งเดียวแล้วคุ้มครองได้ตลอดชีวิต. ดังนั้นรัฐบาล, บริษัทยา, และมูลนิธิทั้งหลายจะต้องสนับสนุนเงินแก่การวิจัยวัคซีน. แต่งานวิจัยคงใช้เวลาเกินทศวรรษ, ดังนั้นในระหว่างที่งานวิจัยกำลังดำเนินไป, เราต้องใช้สิ่งที่เรามีอยู่ในมือแล้ว – และกลวิธีป้องกันที่ดีที่สุดที่เรามีในปัจจุบันได้แก่การชักจูงผู้คนให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง.
Written on August 14, 2010 | Posted in
คนของโลก |
4 Comments
ถอดความโดย ดร. ไสว บุญมา
คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า บิลล์ เกตส์ ผู้ครองตำแหน่งอภิมหาเศรษฐีหมายเลขหนึ่งของโลกในช่วงเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก่อนเรียบจบหลักสูตรปริญญาตรี ปัจจัยที่ทำให้เขาออกกลางคันได้แก่ความต้องการที่จะทุ่มเทเวลาให้กับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ผลของความทุ่มนั้นเป็นที่รู้กันอย่างทั่วถึงแล้ว ตอนนี้ บิลล์ เกตส์ อายุยังไม่ครบ 52 ปี แต่ได้ประกาศว่าเขาจะเกษียณจากบริษัทไมโครซอฟท์ในราวอีก 1 ปี หลังจากนั้นเขาจะทุ่มเทเวลาให้กับการแก้ปัญหาของโลกผ่านมูลนิธิซึ่งขณะนี้มีเงินทุนที่ได้รับจากเขาราว 30,000 ล้านดอลลาร์และกำลังจะได้รับจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีหมายเลขสองของโลกอีก 37,000 ล้านดอลลาร์
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ปี พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ประสาทปริญญากิตติมศักดิ์ให้ บิลล์ เกตส์ และได้เชิญให้เขากล่าวคำปราศรัยในพิธีประสาทปริญญาของผู้จบการศึกษาในปีนั้นด้วย ผมเห็นว่าคำปราศรัยของเขามีแง่คิดที่น่าใส่ใจยิ่ง จึงนำมาถอดความสำหรับผู้ที่อาจไม่มีโอกาสฟังหรืออ่านคำปราศรัยนั้น เนื่องจากคำปราศรัยอ้างถึงภูมิหลังบางอย่างซึ่งผู้อ่านอาจไม่คุ้นเคย เพื่อความกระจ่างและเพื่อให้เห็นมุกขบขันของเขา ผมได้เพิ่มคำอธิบายสั้น ๆ ไว้ในวงเล็บ […] คำปราศรัยนั้นอาจถอดได้ดังนี้ :
Written on August 14, 2010 | Posted in
คนของโลก |
Leave a comment
ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา วอร์เรน บัฟเฟตต์และบิล เกตส์ นัดพบกับบรรดามหาเศรษฐีหลายครั้งโดยมีเดวิด ร็อกกี้เฟลเลอร์เป็นเจ้าภาพครั้งแรก จุดมุ่งหมายของการพบกันได้แก่การปรึกษาหารือเรื่องการบริจาคทรัพย์สินช่วยเพื่อนมนุษย์ หลังการพบกันครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา พวกเขาได้ข้อตกลงว่า จะเชิญชวนมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินระดับพันล้านดอลลาร์ให้พิจารณาบริจาคทรัพย์ของตนคนละไม่ต่ำกว่า 50% เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ การบริจาคจะมีผลในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่หรือเมื่อสิ้นชีวิตแล้วก็ได้โดยการเขียนคำมั่นสัญญาลงในเว็บไซต์ชื่อ givingpledge.org
Written on July 7, 2010 | Posted in
คนของโลก |
Leave a comment
ในการจัดอันดับมหาเศรษฐีเมื่อปีที่แล้ว นิตยสารฟอรบส์เลื่อน วอร์เรน บัฟเฟตต์ ขึ้นมาเป็นหมายเลข 1 แทน บิล เกตส์ ซึ่งรั้งตำแหน่งนั้นอยู่ 13 ปี มหาเศรษฐีในยุคนี้มักอาศัยพลังของคลื่นเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความร่ำรวยเช่นเดียวกับบิล เกตส์ หรือไม่ก็ใช้การเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินเช่นเดียวกับจอร์จ โซรอส แต่วอร์เรน บัฟเฟตต์ อายุ 78 ปีแล้วและเริ่มก่อร่างสร้างตัวมาก่อนเทคโนโลยีดิจิทัลจะเริ่มขับเคลื่อนให้เกิดคลื่นลูกที่ 3 (คลื่นลูกที่ 1 เกิดหลังการค้นพบวิธีปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เมื่อราว 10,000 ปีก่อนซึ่งนำไปสู่ยุคเกษตรกรรม คลื่นลูกที่ 2 เกิดหลังการค้นพบเครื่องจักรกลเมื่อราว 300 ปีที่แล้วซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม) นอกจากนั้นเขายังต่อต้านการเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินแบบจอร์จ โซรอสอีกด้วย
Written on August 28, 2009 | Posted in
คนของโลก |
5 Comments
ฉันก้าวออกนอกประตูไปสู่โลก ไม่เศร้าโศกห่วงใยหรือไร้หวัง
หญิงงมงายชายโฉดจงโปรดฟัง คนล้าหลังโลกยุคใหม่ไม่ต้องการ
ณ วันนี้ ประกายอันเกิดจากการมาเยือนเมืองไทยของฮิลลารี คลินตัน คงดับลงแล้ว จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะพูดถึงเรื่องราว ซึ่งมีขอบเขตกว้างกว่าหน้าที่การงานในปัจจุบันของเธอ ก่อนเขียนต่อไป ขอเรียนว่าบทกลอนข้างต้นนั้น ถอดมาจากกลอนตอนหนึ่งที่ฮิลลารีอ่านในงานประสาทปริญญาของวิทยาลัยเวลล์สลีย์ เมื่อปี 2512 เธออ่านกลอนในตอนจบการกล่าวปาฐกถาแก่นักศึกษา ครูบาอาจารย์ ผู้บริหาร พ่อแม่และแขกเหรื่อของวิทยาลัย ผมถอดกลอนเมื่อตอนเขียนหนังสือเรื่อง “เสือ สิงห์ กระทิง แรด” ซึ่งพิมพ์เมื่อปี 2543 ในหนังสือเล่มนั้น ผมทำนายไว้ว่าในวันหนึ่งข้างหน้าฮิลลารีจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ผมกล้าทำนายเช่นนั้น เพราะปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งความเชื่อมั่นที่เกิดจากการติดตามวิถีชีวิตของ เธอและสังคมอเมริกัน ขอนำมาเล่าสั้นๆ ดังนี้
Written on August 8, 2009 | Posted in
คนของโลก |
3 Comments