เกี่ยวกับปีที่ล่วงไปและปีใหม่ที่มาถึง

มีผู้สังเกตว่าอายุเรายิ่งมากขึ้นเท่าไร นาฬิกาดูจะเดินไวขึ้นเท่านั้น นั่นน่าจะจริงเพราะนี่ก็ปีใหม่อีกแล้ว
ทั้งที่ผมมีความรู้สึก ว่าเพิ่งขึ้นปี 2552 มาหยกๆ หากนาฬิกาเดินไวขนาดนี้ วันที่ 21 ธันวาคม 2555 จะมาถึงเร็วเกินความคาดหมายของคนหลายพันล้านคน อะไรจะเกิดขึ้นในวันนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เนื่องจากไม่มีใครรู้จนยืนยันให้ผมมั่นใจได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจึงยึดเอามุมมองของเออร์วิน ลาสซโล ในหนังสือเรื่อง The Chaos Point เป็นหลักคิด (อาจอ่านบทคัดย่อภาษาไทยของ The Chaos Point ได้ในหนังสือชื่อ “กะลาภิวัตน์” และในเว็บไซต์ www.sawaiboonma.com) ผมสรุปมุมมองของเขาสั้นๆ ว่า วันนั้นจะเกิดจุดพลิกผันสำคัญยิ่ง กล่าวคือ โลกจะเดินเข้าสู่ทางแห่งความล่มสลายแบบกู่ไม่กลับ หากมนุษย์เรายังไม่ยับยั้งการทำลายโลกด้วยการบริโภค หรือการใช้ทรัพยากรโลก แบบไร้เหตุผล

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุข

เนื่องจากความสุขกายสบายใจเป็นเป้าหมายสำคัญของชีวิต เราทุกคนจึงมักกระเสือกกระสนแสวงหากันอย่างทั่วถึง  ส่วนนักวิชาการก็พยายามค้นหาว่าอะไรเป็นปัจจัยหลัก  เมื่อปลายปีที่ผ่านมา การวิจัยของมูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ในอังกฤษสรุปว่า หลังจากมีปัจจัยเบื้องต้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อหาสรรพสิ่งมาเพิ่มจะไม่ทำให้เกิดความสุขกายสบายใจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุขหลังจากร่างกายมีทุกอย่างเพียงพอแล้วประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ ซึ่งอาจแยกออกได้เป็น ๕ หมวดหมู่ด้วยกันคือ

สามเหลี่ยมที่มีค่ากว่าทองคำ

เหตุการณ์สะเทือนใจในอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับทหารยิงเพื่อนทหารตายไปกว่าหนึ่งโหลและผู้ตกงานในย่านเมืองออลานโดยิงผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถึงชีวิตและบาดเจ็บหลายคนคงนำไปสู่การวิจารณ์อเมริกาว่า นั่นคือความเสื่อมของทุนนิยมสามานย์  ฐานของความเป็นจริงจะสนับสนุนข้อสรุปเช่นนั้นหรือไม่ยังไม่เป็นที่ประจักษ์  จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับชาวอเมริกันมากว่า 40 ปี ผมมีความประทับใจว่า อเมริกากำลังวิวัฒน์ไปในแนวน่าวิตกเนื่องจากทุกคนถูกกระตุ้นให้บริโภคเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด  ฉะนั้น แม้ชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยจะบริโภคคนละหลายเท่าของชาวโลกแล้ว แต่ก็ยังต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น  ส่วนรัฐบาลก็ดำเนินนโยบายให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนก่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นและความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวยเพิ่มขึ้นทุกวัน  ในขณะเดียวกันก็ออกไปรุกรานชาวโลกเพื่อช่วงชิงทรัพยากรด้วยการทำสงครามแบบยืดเยื้อซึ่งเมื่อรวมเข้ากับการแข่งขันภายในสร้างความกดดันให้ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นจนในบางครั้งประทุออกมาในรูปของการฆ่าแกงกันดังที่เป็นข่าว

ถึงเวลาล้างบาปของความดูดายด้วยวิธีขายตรง

ผมไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านศาสนา  แต่ผมมองว่าปัญหาของสังคมไทยในขณะนี้มีที่มาหลักจากบาปสั่งสมที่สมาชิกของสังคมร่วมกันก่อ  บ่อเกิดของบาปได้แก่การกระทำผิดกฎเกณฑ์ของสังคม จรรยาบรรณและศีลธรรม บวกกับความดูดาย  บาปจากการกระทำผิดดังกล่าวนั้นคงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้ว  ส่วนบาปจากความดูดายอาจยังไม่มีผู้เคยได้ยินมาก่อน  บาปจะล้างได้หรือไม่ยังถกเถียงกันไม่จบ  บางคนบอกว่าล้างไม่ได้  บางคนบอกว่าล้างได้  ส่วนจะล้างอย่างไรเป็นอีกประเด็นหนึ่ง  วันนี้ผมจะเสนอการล้างบาปของสังคมไทยโดยใช้วิธีขายตรงซึ่งกำลังนิยมทำกันอย่างแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน  ก่อนพูดถึงเรื่องนั้นขอปูฐานการมองการกระทำผิดและบาปของผมสักเล็กน้อย

การมองโลกในแง่ดีแม้ปี 2555 จะมาถึงก่อนกำหนด

ในภาวะที่หลายสิ่งหลายอย่างดูจะประดังกันเข้ามา มีผู้ถามผมเกี่ยวกับปี 2555 อยู่ไม่ขาด  สำหรับผู้ที่อาจหลงลืมไป ขอทบทวนว่า พ. ศ. 2555 เป็นปีที่โหรและปราชญ์ทำนายว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ชนิดที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน  ผู้ทำนายได้แก่ชาวมายาซึ่งเคยรุ่งเรืองอยู่ในอเมริกากลาง ชาวฝรั่งเศสชื่อนอสตราดามุส และล่าสุดเป็นภิกษุไทยชื่อฐิติลาโภ ภิกขุ ซึ่งกรุงเทพธุรกิจนำเรื่องราวมาเล่าไว้ในฉบับประจำวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา  คำทำนายทั้งสามนั้นไม่มีการอธิบายว่าอะไรจะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้เดากันไปต่าง ๆ นานา เช่น ลูกอุกาบาตรขนาดใหญ่อาจพุ่งชนโลก และการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศจะก่อให้เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ซึ่งจะทำให้ประชากรโลกล้มตายกันนับพันล้านคน  นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์ของปราชญ์ชาวฮังการีชื่อเออร์วิน ลาสซโลซึ่งสรุปว่า ปัญหาต่าง ๆ กำลังประดังกันเข้ามาและเมื่อถึงปี 2555 โลกจะเดินเข้าทางแห่งความล่มสลายแบบกู่ไม่กลับหากเรารับมือกับปัญหาเหล่านั้นไม่ได้  แต่หากเราแก้ปัญหาได้ โลกจะพัฒนาต่อไปสู่ความยั่งยืน

พธม. – ความหวังครั้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ผมเรียนว่าเราต้องเสริมสร้างทุนทางสังคมให้แข็งแกร่งเราจึงจะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ต่อมาผมเรียนว่า การเสริมสร้างทุนทางสังคมนั้นนับวันจะยิ่งยากเนื่องจากการแย่งชิงทรัพยากรจะเข้มข้นจนผลักดันให้ผู้คนลดมาตรฐานทางจรรยาบรรณและฉ้อโกงกันมากขึ้น ผมเสนอให้ผู้อ่านอาสาออกมาช่วยกันทำอะไรต่อมิอะไรโดยไม่ได้เรียนว่า ความหวังครั้งสุดท้ายอยู่ที่การเคลื่อนไหวของภาคประชาชน วันนี้จะเรียนว่าเพราะอะไรผมจึงคิดเช่นนั้น

หากอเมริกาเสื่อมเพราะอนิจจัง ไทยกำลังเสื่อมทางลัด

การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจล่าสุดของ World Economic Forum ลดสหรัฐอเมริกาลงมาเป็นอันดับสองรองจากสวิตเซอร์แลนด์ นักวิจารณ์บางคนมองว่านั่นเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ถึงความเสื่อมของสหรัฐหลังจากเป็นอภิมหาอำนาจมาหลายสิบปี จากมุมมองของสัจธรรมแห่งความเป็นอนิจจัง การเสื่อมอำนาจของสหรัฐย่อมเกิดขึ้น แต่จะเริ่มเสื่อมเมื่อไรยังเป็นปริศนา

The Chaos Point – โลกย่างเข้าสู่ทางสองแพร่ง

ในช่วงนี้มีข่าวทุกวันเกี่ยวกับเหตุการณ์จำพวกเลวร้ายจนทำให้ดูเสมือนว่าโลกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ  ในความเห็นของนักปรัชญาชื่อดังเชื้อสายฮังกาเรียน Irvin Laszlo นั่นเป็นเพราะโลกของเรากำลังสับสนวุ่นวายด้วยปัญหาสารพัดและกำลังเดินเข้าสู่ช่วงที่จะเกิดจุดพลิกผันอันสำคัญยิ่ง  หลังจากนั้นโลกจะวิวัฒน์ไปในทางไหนก็ได้ในสองทางนี้คือ เดินเข้าสู่ความล่มสลาย หรือไม่ก็จะเข้าสู่ยุคใหม่อันราบรื่นอย่างยั่งยืน  เพื่อสนับสนุนความเห็นนั้น เขาเพิ่งเขียนหนังสือเล่มใหม่ออกมาและตั้งชื่อว่า The Chaos Point: The World at the Crossroads
ผู้เขียนอ้างว่าในปัจจุบันโลกมีปัญหาหนักหนาสาหัสซึ่งแสดงอาการออกมาในรูปต่าง ๆ  เช่น

ใช่ … เมืองไทยมิใช่เฮติ

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจลาจลในเฮติทำให้คนเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุของจลาจล ได้แก่ ราคาของข้าว ถั่ว และผลไม้ที่พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จลาจลในเฮติต่างกับการประท้วงในอาร์เจนตินาซึ่งคอลัมน์นี้อ้างถึงเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แต่มีส่วนคล้ายกับจลาจลในหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา การประท้วงราคาอาหารแพงไม่ใช่ของใหม่ แม้แต่ในประเทศซึ่งไม่ยากจนนักก็มักเกิดขึ้น อาทิเช่น ในเม็กซิโกเมื่อต้นปีที่แล้วเมื่อราคาของอาหารหลัก ซึ่งทำจากข้าวโพดพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว

Active Social Capital – ทุนทางสังคมกับการพัฒนา

หลังจากเมืองไทยได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2551 อีกครั้ง ความแตกแยกในสังคมไทยดูจะร้ายแรงยิ่งขึ้น แทนที่จะลดลง  ปรากฏการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยของไทยยังล้มลุกคลุกคลานแม้จะพยายามพัฒนากันมากว่า 75 ปีแล้วก็ตาม  ย้อนกลับไปราว 150 ปี ไทยและญี่ปุ่นเปิดประเทศรับเทคโนโลยีใหม่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานของการปฏิวัติอุตสาหกรรม  จากวันนั้นถึงวันนี้ญี่ปุ่นพัฒนาเศรษฐกิจหนีไทยไปแบบไม่เห็นฝุ่น  แต่ไทยก็ใช่จะโดดเดี่ยว หากมีเพื่อนร่วมชะตากรรมจำนวนมาก  ฉะนั้นในปัจจุบันนี้จึงมีหลายประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเพียงแต่ชื่อและชาวโลกกว่า 1 พันล้านคนตกอยู่ในสภาพยากจนสุด ๆ

sawiboonma-twitter white-line S-Boonma

คุยกับผู้อ่านครั้งที่ ๙ การมอบหนังสือ ๓ เล่มให้กัลยาณมิตร

ผมเอ่ยถึงในโอกาสต่าง ๆ ว่าในช่วงนี้ผมมีหนังสือ ๓ เล่มที่จะมอบให้กัลยาณมิตร... >> อ่านต่อที่นี่

[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]

white-line white-line white-line

มูลนิธินักอ่านบ้านนา donation whiteline

เรื่องรายเดือน

เรื่องตามหมวดหมู่

ความคิดเห็น

เรื่องล่าสุด

เรื่องเด่นประเด็นสำคัญ

.