มีผู้สังเกตว่าอายุเรายิ่งมากขึ้นเท่าไร นาฬิกาดูจะเดินไวขึ้นเท่านั้น นั่นน่าจะจริงเพราะนี่ก็ปีใหม่อีกแล้ว
ทั้งที่ผมมีความรู้สึก ว่าเพิ่งขึ้นปี 2552 มาหยกๆ หากนาฬิกาเดินไวขนาดนี้ วันที่ 21 ธันวาคม 2555 จะมาถึงเร็วเกินความคาดหมายของคนหลายพันล้านคน อะไรจะเกิดขึ้นในวันนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เนื่องจากไม่มีใครรู้จนยืนยันให้ผมมั่นใจได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจึงยึดเอามุมมองของเออร์วิน ลาสซโล ในหนังสือเรื่อง The Chaos Point เป็นหลักคิด (อาจอ่านบทคัดย่อภาษาไทยของ The Chaos Point ได้ในหนังสือชื่อ “กะลาภิวัตน์” และในเว็บไซต์ www.sawaiboonma.com) ผมสรุปมุมมองของเขาสั้นๆ ว่า วันนั้นจะเกิดจุดพลิกผันสำคัญยิ่ง กล่าวคือ โลกจะเดินเข้าสู่ทางแห่งความล่มสลายแบบกู่ไม่กลับ หากมนุษย์เรายังไม่ยับยั้งการทำลายโลกด้วยการบริโภค หรือการใช้ทรัพยากรโลก แบบไร้เหตุผล
Written on January 1, 2010 | Posted in
ประชาสังคม |
20 Comments
เนื่องจากความสุขกายสบายใจเป็นเป้าหมายสำคัญของชีวิต เราทุกคนจึงมักกระเสือกกระสนแสวงหากันอย่างทั่วถึง ส่วนนักวิชาการก็พยายามค้นหาว่าอะไรเป็นปัจจัยหลัก เมื่อปลายปีที่ผ่านมา การวิจัยของมูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ในอังกฤษสรุปว่า หลังจากมีปัจจัยเบื้องต้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อหาสรรพสิ่งมาเพิ่มจะไม่ทำให้เกิดความสุขกายสบายใจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุขหลังจากร่างกายมีทุกอย่างเพียงพอแล้วประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ ซึ่งอาจแยกออกได้เป็น ๕ หมวดหมู่ด้วยกันคือ
Written on November 22, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
2 Comments
เหตุการณ์สะเทือนใจในอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับทหารยิงเพื่อนทหารตายไปกว่าหนึ่งโหลและผู้ตกงานในย่านเมืองออลานโดยิงผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถึงชีวิตและบาดเจ็บหลายคนคงนำไปสู่การวิจารณ์อเมริกาว่า นั่นคือความเสื่อมของทุนนิยมสามานย์ ฐานของความเป็นจริงจะสนับสนุนข้อสรุปเช่นนั้นหรือไม่ยังไม่เป็นที่ประจักษ์ จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับชาวอเมริกันมากว่า 40 ปี ผมมีความประทับใจว่า อเมริกากำลังวิวัฒน์ไปในแนวน่าวิตกเนื่องจากทุกคนถูกกระตุ้นให้บริโภคเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้น แม้ชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยจะบริโภคคนละหลายเท่าของชาวโลกแล้ว แต่ก็ยังต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น ส่วนรัฐบาลก็ดำเนินนโยบายให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนก่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นและความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวยเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะเดียวกันก็ออกไปรุกรานชาวโลกเพื่อช่วงชิงทรัพยากรด้วยการทำสงครามแบบยืดเยื้อซึ่งเมื่อรวมเข้ากับการแข่งขันภายในสร้างความกดดันให้ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นจนในบางครั้งประทุออกมาในรูปของการฆ่าแกงกันดังที่เป็นข่าว
Written on November 16, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
11 Comments
ผมไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านศาสนา แต่ผมมองว่าปัญหาของสังคมไทยในขณะนี้มีที่มาหลักจากบาปสั่งสมที่สมาชิกของสังคมร่วมกันก่อ บ่อเกิดของบาปได้แก่การกระทำผิดกฎเกณฑ์ของสังคม จรรยาบรรณและศีลธรรม บวกกับความดูดาย บาปจากการกระทำผิดดังกล่าวนั้นคงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้ว ส่วนบาปจากความดูดายอาจยังไม่มีผู้เคยได้ยินมาก่อน บาปจะล้างได้หรือไม่ยังถกเถียงกันไม่จบ บางคนบอกว่าล้างไม่ได้ บางคนบอกว่าล้างได้ ส่วนจะล้างอย่างไรเป็นอีกประเด็นหนึ่ง วันนี้ผมจะเสนอการล้างบาปของสังคมไทยโดยใช้วิธีขายตรงซึ่งกำลังนิยมทำกันอย่างแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน ก่อนพูดถึงเรื่องนั้นขอปูฐานการมองการกระทำผิดและบาปของผมสักเล็กน้อย
Written on November 3, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
Leave a comment
ในภาวะที่หลายสิ่งหลายอย่างดูจะประดังกันเข้ามา มีผู้ถามผมเกี่ยวกับปี 2555 อยู่ไม่ขาด สำหรับผู้ที่อาจหลงลืมไป ขอทบทวนว่า พ. ศ. 2555 เป็นปีที่โหรและปราชญ์ทำนายว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ชนิดที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ผู้ทำนายได้แก่ชาวมายาซึ่งเคยรุ่งเรืองอยู่ในอเมริกากลาง ชาวฝรั่งเศสชื่อนอสตราดามุส และล่าสุดเป็นภิกษุไทยชื่อฐิติลาโภ ภิกขุ ซึ่งกรุงเทพธุรกิจนำเรื่องราวมาเล่าไว้ในฉบับประจำวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา คำทำนายทั้งสามนั้นไม่มีการอธิบายว่าอะไรจะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้เดากันไปต่าง ๆ นานา เช่น ลูกอุกาบาตรขนาดใหญ่อาจพุ่งชนโลก และการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศจะก่อให้เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ซึ่งจะทำให้ประชากรโลกล้มตายกันนับพันล้านคน นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์ของปราชญ์ชาวฮังการีชื่อเออร์วิน ลาสซโลซึ่งสรุปว่า ปัญหาต่าง ๆ กำลังประดังกันเข้ามาและเมื่อถึงปี 2555 โลกจะเดินเข้าทางแห่งความล่มสลายแบบกู่ไม่กลับหากเรารับมือกับปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ แต่หากเราแก้ปัญหาได้ โลกจะพัฒนาต่อไปสู่ความยั่งยืน
Written on November 3, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
2 Comments
เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ผมเรียนว่าเราต้องเสริมสร้างทุนทางสังคมให้แข็งแกร่งเราจึงจะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ต่อมาผมเรียนว่า การเสริมสร้างทุนทางสังคมนั้นนับวันจะยิ่งยากเนื่องจากการแย่งชิงทรัพยากรจะเข้มข้นจนผลักดันให้ผู้คนลดมาตรฐานทางจรรยาบรรณและฉ้อโกงกันมากขึ้น ผมเสนอให้ผู้อ่านอาสาออกมาช่วยกันทำอะไรต่อมิอะไรโดยไม่ได้เรียนว่า ความหวังครั้งสุดท้ายอยู่ที่การเคลื่อนไหวของภาคประชาชน วันนี้จะเรียนว่าเพราะอะไรผมจึงคิดเช่นนั้น
Written on October 20, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
14 Comments
การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจล่าสุดของ World Economic Forum ลดสหรัฐอเมริกาลงมาเป็นอันดับสองรองจากสวิตเซอร์แลนด์ นักวิจารณ์บางคนมองว่านั่นเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ถึงความเสื่อมของสหรัฐหลังจากเป็นอภิมหาอำนาจมาหลายสิบปี จากมุมมองของสัจธรรมแห่งความเป็นอนิจจัง การเสื่อมอำนาจของสหรัฐย่อมเกิดขึ้น แต่จะเริ่มเสื่อมเมื่อไรยังเป็นปริศนา
Written on September 28, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
8 Comments
ในช่วงนี้มีข่าวทุกวันเกี่ยวกับเหตุการณ์จำพวกเลวร้ายจนทำให้ดูเสมือนว่าโลกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ ในความเห็นของนักปรัชญาชื่อดังเชื้อสายฮังกาเรียน Irvin Laszlo นั่นเป็นเพราะโลกของเรากำลังสับสนวุ่นวายด้วยปัญหาสารพัดและกำลังเดินเข้าสู่ช่วงที่จะเกิดจุดพลิกผันอันสำคัญยิ่ง หลังจากนั้นโลกจะวิวัฒน์ไปในทางไหนก็ได้ในสองทางนี้คือ เดินเข้าสู่ความล่มสลาย หรือไม่ก็จะเข้าสู่ยุคใหม่อันราบรื่นอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนความเห็นนั้น เขาเพิ่งเขียนหนังสือเล่มใหม่ออกมาและตั้งชื่อว่า The Chaos Point: The World at the Crossroads
ผู้เขียนอ้างว่าในปัจจุบันโลกมีปัญหาหนักหนาสาหัสซึ่งแสดงอาการออกมาในรูปต่าง ๆ เช่น
Written on September 19, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
6 Comments
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจลาจลในเฮติทำให้คนเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุของจลาจล ได้แก่ ราคาของข้าว ถั่ว และผลไม้ที่พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จลาจลในเฮติต่างกับการประท้วงในอาร์เจนตินาซึ่งคอลัมน์นี้อ้างถึงเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แต่มีส่วนคล้ายกับจลาจลในหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา การประท้วงราคาอาหารแพงไม่ใช่ของใหม่ แม้แต่ในประเทศซึ่งไม่ยากจนนักก็มักเกิดขึ้น อาทิเช่น ในเม็กซิโกเมื่อต้นปีที่แล้วเมื่อราคาของอาหารหลัก ซึ่งทำจากข้าวโพดพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว
Written on September 18, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
6 Comments
หลังจากเมืองไทยได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2551 อีกครั้ง ความแตกแยกในสังคมไทยดูจะร้ายแรงยิ่งขึ้น แทนที่จะลดลง ปรากฏการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยของไทยยังล้มลุกคลุกคลานแม้จะพยายามพัฒนากันมากว่า 75 ปีแล้วก็ตาม ย้อนกลับไปราว 150 ปี ไทยและญี่ปุ่นเปิดประเทศรับเทคโนโลยีใหม่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานของการปฏิวัติอุตสาหกรรม จากวันนั้นถึงวันนี้ญี่ปุ่นพัฒนาเศรษฐกิจหนีไทยไปแบบไม่เห็นฝุ่น แต่ไทยก็ใช่จะโดดเดี่ยว หากมีเพื่อนร่วมชะตากรรมจำนวนมาก ฉะนั้นในปัจจุบันนี้จึงมีหลายประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเพียงแต่ชื่อและชาวโลกกว่า 1 พันล้านคนตกอยู่ในสภาพยากจนสุด ๆ
Written on September 11, 2009 | Posted in
ประชาสังคม |
Leave a comment