ฟื้นขึ้นมาเพื่อรอเวลาตายอย่างเขียด

ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญดูจะเห็นพ้องต้องกันว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นคืนชีพแล้ว หัวจักรใหญ่ที่ขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้แก่จีน ยิ่งกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญยังคาดการณ์ว่า จีนจะเป็นหัวจักรที่พาเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวต่อไปอีกด้วย แต่ในขณะนี้ดูจะไม่มีใครแสดงความสงสัยออกมาเลยว่า จะขยายตัวกันไปแบบไม่มีที่สิ้นสุดเพื่ออะไร นั่นหมายความว่าการบริโภคและการใช้ทรัพยากรโลกจะเพิ่มขึ้นถึงแม้ว่าการบริโภคบางอย่างจะมีแต่ทางเสียก็ตาม เช่น การสูบบุหรี่และนำมอเตอร์ไซค์ไปขี่แข่งกันเพื่อเผาน้ำมันเล่น

การคาดการณ์ว่าจีนจะเป็นหัวจักรใหญ่ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงมากเนื่องจากจีนเตรียมที่จะทำเช่นนั้นอย่างเต็มที่ เกือบทุกสัปดาห์มีข่าวว่าจีนไปซื้อ หรือทำสัญญาระยะยาวกับบริษัทหรือชาติต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อให้แน่ใจว่าตนจะมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไปในอัตราสูง วัตถุดิบที่สำคัญได้แก่พลังงานและแร่ธาตุต่าง ๆ เมื่อจีนเข้าไปเป็นเจ้าของหรือจับจองวัตถุดิบเหล่านั้น ประเทศอื่นจำเป็นต้องแข่งขันกันเพื่อปันส่วนที่เหลือ ในกระบวนการนี้ประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจและทางทหารจะไม่มีปัญหามากนักเนื่องจากได้วางแผนไว้ล่วงหน้า หรือไม่ก็สามารถใช้อำนาจเพื่อแย่งชิงสิ่งที่ตนต้องการได้ ส่วนประเทศที่ไม่มีอำนาจโดยเฉพาะประเทศยากจนที่มีผู้นำฉ้อฉลจนเข้ากระดูกดำซึ่งไม่ได้วางแผนทำอะไรไว้ล่วงหน้าก็จะตกอยู่ในสภาพเป็นขี้ข้าของประเทศอื่นโดยปริยาย

แม้จีนจะพยายามซื้อหรือทำข้อตกลงระยะยาวต่าง ๆ ดังกล่าว แต่จีนก็ไม่สามารถทำได้ในเรื่องเกี่ยวกับน้ำ ฉะนั้น จีนจึงพยายามหาทางออกด้วยโครงการสารพัดอย่างรวมทั้งการสร้างเขื่อนจำนวนมากกั้นต้นน้ำของแม่น้ำโขง จีนก่อสร้างไปได้บ้างแล้ว และอีกไม่นานก็จะสามารถกักน้ำในแม่น้ำนั้นไว้ได้ตามใจชอบ นั่นหมายความว่าอะไร ? แน่ละ เมืองไทยจะได้รับผลกระทบทันทีเนื่องจากแม่น้ำโขงจะไม่มีน้ำไหลมาให้ใช้ตามฤดูกาล นอกจากนั้นปริมาณอาหารที่ได้จากแม่น้ำโขงก็จะลดลงด้วย ประเทศที่จะได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดได้แก่เขมร ทั้งนี้เพราะชาวเขมรเกือบทั้งประเทศฝากชีวิตไว้กับแม่น้ำโขงจากกระบวนการ “แม่น้ำไหลกลับ” กล่าวคือ ในช่วงฤดูฝนเมื่อน้ำในแม่น้ำโขงมีระดับสูง น้ำนั้นก็จะผลักดันน้ำในแม่น้ำตุนเลซับให้ไหลย้อนกลับไปทางต้นน้ำโดยไปสิ้นสุดที่ทะเลสาบใหญ่ในใจกลางประเทศเขมร หลังจากทะเลสาบเต็ม น้ำก็เอ่อไหลออกไปท่วมขังตามท้องไร่ท้องนาและป่าไม้เป็นเวลาหลายเดือน นั่นเป็นเสมือนบ่อเลี้ยงปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่มาของปลากรอบอันเลื่องลือ ชาวเขมรส่วนใหญ่ดำรงชีวิตอยู่ได้ค่อนข้างดีเพราะมีน้ำและปลานั้น
เมื่อจีนสามารถกักน้ำไว้ได้ตามใจชอบ การไหลกลับของน้ำตามฤดูกาลดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ยังผลให้ชาวเขมรส่วนใหญ่ประสบปัญหาหนักหนาสาหัส อาจเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า เมื่อผู้นำเขมรต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ พวกเขาก็จะหาเหตุทะเลาะกับไทยโดยเฉพาะการใช้ข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตแดน ทั้งนี้เพราะพวกเขารู้ดีว่าการท้าตีท้าต่อยกับไทยจะทำให้ชาวเขมรลืมปัญหาของตนได้และไทยก็จะไม่กล้าทำอะไรเนื่องจากไม่ต้องการให้ชาวโลกประณามว่ารังแกประเทศที่เล็กกว่า หรือส่งทหารเข้ามาแทรกแซง ในอนาคต เขมรกับไทยจึงจะขัดแย้งกันต่อไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด

ยิ่งกว่านั้น ในขณะนี้ดูจะยังไม่มีใครคิดว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรเมื่อเศรษฐกิจของจีนขยายตัวต่อไปในอัตราสูงทั้งที่มีประเด็นน่าคิดเป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นแรก จีนจะทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยเฉพาะการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปในชั้นบรรยากาศที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและการปล่อยน้ำเสียลงทะเลซึ่งขณะนี้แม่น้ำแยงซีปล่อยลงมากที่สุดในโลก

ประเด็นที่สอง จีนจะส่งสินค้าราคาถูกออกมากขึ้น สินค้าราคาถูกจำนวนมากเป็นสินค้าด้อยคุณภาพซึ่งเคยเป็นข่าวใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนมปนเปื้อน สีที่มีสารอันตราย หรือ อาหารสัตว์ที่ใช้กระดาษปน ประชาชนของประเทศก้าวหน้าที่มีการศึกษาสูงและมีการตรวจตราสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวดจะหลีกเลี่ยงปัญหาการบริโภคสินค้าด้อยคุณภาพได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ประชาชนในประเทศยากจนที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐฉ้อฉลแบบเข้ากระดูกดำจะไม่สามารถทำได้ยังผลให้พวกเขาต้องบริโภคสินค้าด้อยคุณภาพของจีนต่อไป ผู้สนใจในกระบวนการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพและความด้อยคุณธรรมของผู้ผลิตจีนอาจไปอ่านหนังสือชื่อ Poorly Made In China: An Insider’s Account of the Tactics behind China’s Production Game ของ Paul Midler ซึ่งเพิ่งพิมพ์ออกมา

ประเด็นที่สาม ชาวจีนจะร่ำรวยขึ้นและจะพยายามบริโภคสินค้าที่หายากมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหูฉลาม รังนก ตีนหมี ตุ๊กแก เต่า งูหรือนิ่ม สัตว์เหล่านี้มีความสำคัญยิ่งต่อความสมดุลและความหลากหลายในธรรมชาติ เมื่อพวกมันถูกขโมยไปขายให้ชาวจีนกินจนสูญพันธุ์ ปัญหาย่อมตามมาแน่นอน

ประเด็นที่สี่ จีนจะมีแสนยานุภาพแข็งแกร่งจนเป็นคู่แข่งของมหาอำนาจอื่นอย่างเทียมบ่าเทียงไหล่ จีนจะใช้อำนาจบาตรใหญ่เพื่อแย่งชิงทรัพยากรและเพื่อเหตุผลทางการเมืองมากขึ้น ประเทศมหาอำนาจอาจไม่กระเทือนมากนักเนื่องจากจีนคงไม่กล้าท้าทายพวกเขาโดยตรง ส่วนประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางต่อกรกับจีนและมหาอำนาจอื่นได้ก็จะกลายเป็นเบี้ยของพวกเขา

ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ ประเทศที่ไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและหาทางออกไว้อย่างเหมาะสมจะได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ไม่มากนัก ตรงข้ามพวกเขาจะมีปัญหาหนักหนาสาหัสต่อไปและมีโอกาสตายอย่างเขียดสูงมาก

————————————————-
บทความโดย ดร.ไสว บุญมา ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2552

เรื่องในหมวดเดียวกัน - Related posts

This entry was posted on Tuesday, October 6th, 2009 and is filed under เศรษฐกิจ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “ฟื้นขึ้นมาเพื่อรอเวลาตายอย่างเขียด”

  1. chongkiat on October 16th, 2009 at 1:42 pm

    ผมติดตามผลงาน ดร.ไสวมาตลอดครับ ผมมีคำถามที่ตอบไม่ได้คือว่า ถ้าประเทศหนึ่งเป็นแบบที่ดี พอเพียง มีเหตุผล เดินทางสายกลาง แต่ขณะที่ประเทศอื่นๆหรือส่วนใหญ่แล้ว ไม่ใช่ เขากอบโกย แย่งชิง ผมไม่แน่ใจว่า เมื่อทรัพยากรที่อื่นๆ หมดไป ประเทศแรกจะเสียเปรียบ หรือ ถูกบีบ หรือ ถูกใช้กำลังทั้งด้านการเมือง การทหารในภายหลังได้หรือไม่ แล้วจะแข็งแรงพอที่จะต้านทานสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ เช่นเดียวกัน ถ้าคิดในระดับย่อย ของบุคคล ถ้าคนในสังคมส่วนใหญ่บริโภคนิยม ไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โกงกิน สุดท้ายก็กินจนไม่เหลืออะไร ล่มจม แล้วเราซึ่งไม่ได้กินด้วย ก็ไม่น่าจะอยู่รอดได้เหมือนกัน ถ้าต้านกระแสไม่ได้ เราก็ตามไปเลยดีกว่าไหม

  2. ไสว บุญมา on October 16th, 2009 at 2:59 pm

    คุณ chongkiat

    เป็นคำถามที่หลักแหลม แต่ผมคิดอย่างนี้ ถ้าไม่มีใครทำตามที่ควรจะทำเลย การต่อต้านการไม่ควรทำไม่มีทางเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าความล่มสลายหายนะจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่เมื่อเราทำสิ่งที่ควรจะทำ คนอื่นก็อาจคิดอย่างเราและก็ทำด้วย เมื่อมีคนทำในสิ่งที่ควรจะทำบ้าง โอกาสที่จะไม่เกิดความล่มสลายย่อมมีขึ้น จริงอยู่ถ้ามีคนทำในสิ่งที่ควรจะทำจำนวนน้อย ภาวะน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟย่อมเกิดขึ้น แต่ผมมองว่า การมีโอกาสไม่ล่มสลายย่อมเหนือว่ากว่าการเกิดความล่มสลายอย่างแน่นอน เราควบคุมตัวเราได้ แต่เราควบคุมคนอื่นไม่ได้ ฉะนั้น การทำในสิ่งที่ควรทำต้องเริ่มที่ตัวเรา

Leave a Reply

white-line S-Boonma

คุยกับผู้อ่านครั้งที่ ๑๒ วาระครบรอบหนึ่งปีของเว็บไซต์

>> เว็บไซต์นี้ปรากฏแก่สายตาผู้ท่องเว็บเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมเขียนมาคุยกับผู้อ่านเป็นครั้งคราว ตอบคำถามและเสริมความเห็นของผู้อ่านบ้าง และส่งเรื่องมาให้...เชิญอ่านต่อที่นี่<< white-line

......................................................................

[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]

white-line white-line white-line

มูลนิธินักอ่านบ้านนา donation bookandwriter

kosolanusim

bookish

เรื่องรายเดือน

เรื่องตามหมวดหมู่

ความคิดเห็น – Comments

เรื่องล่าสุด – Latest Posts

เรื่องเด่นประเด็นสำคัญ

.