ลงทุนมีค่ากว่าซื้ออาวุธ
ในตอนก่อนสิ้นปี 2552 ไม่นาน รัฐบาลพม่าและรัฐบาลเวียดนามแถลงว่าจะซื้ออาวุธจำนวนมากจากรัสเซีย พม่าจะซื้อเครื่องบินขับไล่ มิก-29 เพิ่มขึ้นอีก 20 ลำซึ่งจะทำให้กองทัพอากาศพม่ามีเครื่องบินชนิดนั้นรวมกันเป็น 32 ลำ ส่วนเวียดนามจะซื้อเรือดำน้ำจำนวนหนึ่ง ตามธรรมดาการประกาศซื้ออาวุธเช่นนั้นของประเทศเพื่อนบ้านมักนำไปสู่การผลักดันของกองทัพไทยให้รัฐบาลจัดสรรเงินเพื่อซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นทันที แต่ครั้งนี้กองทัพอากาศดูจะยังนิ่งเงียบ ส่วนกองทัพเรือเสนอว่า เมืองไทยน่าจะซื้อเรือดำน้ำสัก 3-4 ลำด้วยราคาลำละราว 20 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นควรจะใช้เงินราวหนึ่งพันล้านบาทซื้อเรือดำน้ำเก่ามาใช้ในการฝึกทันที
ความแตกต่างระหว่างท่าทีของสองกองทัพต่อการเคลื่อนไหวในด้านการซื้ออาวุธของเพื่อนบ้านอาจจะสะท้อนความแตกต่างระหว่างผู้บัญชาการสองคน ในขณะที่ผู้บัญชาการกองทัพอากาศต้องการใช้เวลาในการพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบ ผู้บัญชาการกองทัพเรือมองว่าการใช้เวลานานอาจเป็นการเสียโอกาสของตน หรือเป็นไปได้ว่าผู้บัญชาการกองทัพอากาศเข้าใจในสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศดีว่า ตอนนี้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอยยังผลให้รัฐบาลขาดเงินจนต้องหยิบยืมจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่ผู้บัญชาการกองทัพเรือไม่มีความเข้าใจในด้านเศรษฐกิจและภาวะการเงิน หรืออาจเข้าใจแต่ไม่ต้องการเสียโอกาสทองที่จะสนองความหิวโหยเพราะกองทัพเรือไม่ได้ซื้ออาวุธชิ้นใหญ่ ๆ มาเป็นเวลานาน
อะไรจะเป็นแรงบันดาลใจของฝ่ายกองทัพก็ตาม แต่เมืองไทยไม่ควรซื้ออาวุธใหม่ในตอนนี้ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ในเบื้องแรก ผลของการประกาศซื้ออาวุธใหม่ทันทีเมื่อเพื่อนบ้านซื้อก็คือการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันกันในด้านพลังทางทหาร การกระทำเช่นนั้นนอกจากจะไม่มีผลดีแล้ว ยังจะมีผลร้ายต่อการสร้างสมาคมอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้น การซื้ออาวุธเป็นการใช้เงินตราต่างประเทศในต่างแดนซึ่งเมืองไทยยังมีไม่พอจนถึงกับต้องไปขอกู้เพิ่มจากต่างประเทศอยู่แล้ว เมื่อนำไปใช้ในต่างแดน เงินนั้นจะไม่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยซึ่งยังต้องการแรงกระตุ้นต่อไปเพื่อให้พ้นภาวะถดถอย ยิ่งกว่านั้น เรายังต้องการเงินจำนวนมากเพื่อลงทุนในโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่โดยเฉพาะในการปรับปรุงการขนส่งทางรถไฟและการสร้างเมืองใหม่เพื่อลดภาวะแออัดของกรุงเทพฯ
เมื่อเทียบกับประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ปัจจัยพื้นฐานด้านการขนส่งของไทยนับว่าอยู่ในขั้นดีมากยกเว้นในส่วนของการขนส่งทางรถไฟเท่านั้น การรถไฟมีปัญหาหมักหมมมาช้านานและไม่เคยมีรัฐบาลไหนต้องการเข้าไปแก้ไขอย่างจริงจัง การที่รัฐบาลนี้คิดจะทำจึงควรได้รับการสนับสนุน การขนส่งทางรถไฟนับวันจะมีความสำคัญเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งต้องการรวมกันเป็นเขตตลาดร่วมขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้ เมืองไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของกลุ่มอาเซียนซึ่งการติดต่อค้าขายกับประเทศใหญ่ ๆ เช่นจีนนับวันจะมีความสำคัญยิ่งขึ้น เมืองไทยต้องลงทุนขนานใหญ่เพื่อปรับเปลี่ยนระบบรถไฟของไทยให้สามารถเชื่อมต่อกับของพวกเขาได้ทันที การปรับเปลี่ยนต้องเริ่มทำเสียตั้งแต่วันนี้ก่อนที่มันจะกลายเป็นอุปสรรคสูงขึ้นไปกว่าในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น การใช้เงินจำนวนมากเพื่อลงทุนเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟจะมีผลดีในด้านการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านมากกว่าการใช้เงินนั้นแข่งขันกันซื้ออาวุธ
เป็นที่ทราบกันดีว่าแนวคิดที่จะสร้างเมืองใหม่เพื่อลดความแออัดในกรุงเทพฯ มีมานมนาน แต่ไม่มีรัฐบาลไหนคิดที่จะทำอย่างจริงจังจนกระทั่งถึงยุคของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่น่าเสียดายที่จุดมุ่งหมายในการสร้างเมืองใหม่ของรัฐบาลนั้นถูกบิดเบือนเพื่อจะให้เพื่อนฝูงและญาติพี่น้องของนายกรัฐมนตรีมีโอกาสสร้างความร่ำรวยจนความถูกต้องของโครงการถูกมองข้าม ยังผลให้การขับเคลื่อนที่จะสร้างเมืองใหม่ต้องชะงักต่อไปอีกนานเพราะรัฐบาลต่อ ๆ มาหยุดใส่ใจ ร้ายยิ่งกว่านั้น รัฐบาลปัจจุบันกลับเพิ่มความสำคัญให้แก่การลงทุนจำนวนมหาศาลผ่านการก่อสร้างรถไฟฟ้า ถนนยกระดับและสะพานลอยในกรุงเทพฯ การลงทุนเช่นนี้จะไม่มีทางแก้ปัญหาที่มากับความแออัดให้หมดไปได้เพราะมันจะตามความแออัดไม่ทันเนื่องจากการลงทุนเหล่านั้นคือส่วนหนึ่งของตัวดึงดูดผู้คนให้อพยพเข้ามายู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น
น่าจะเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ในอนาคตอันใกล้ เมืองใหม่จะมีความสำคัญยิ่งขึ้นเพราะภาวะโลกร้อนจะทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ร้ายแรงขึ้นมากเนื่องจากระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่กรุงเทพฯ ยังคงทรุดลงต่อไป ค่าใช้จ่ายในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมแต่ละครั้งจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ตอนนี้เริ่มมีการพูดถึงการสร้างระบบทำนบ พนังและเขื่อนขนาดใหญ่ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งประตูกั้นน้ำทะเลขนาดใหญ่ในแนวเดียวกับโครงการในประเทศเนเธอร์แลนด์ โครงการขนาดนั้นย่อมมีการลงทุนสูงจึงมักได้รับการผลักดันจากนักการเมืองและธุรกิจก่อสร้างยังผลให้ศักยภาพของมันถูกบิดเบือน ในขณะนี้แม้ประเทศเนเธอร์แลนด์เองก็เริ่มสงสัยแล้วว่า ประตูกั้นน้ำนั้นจะป้องกันน้ำท่วมได้จริงหรือไม่เมื่อพายุใหญ่เกิดขึ้นในขณะที่น้ำทะเลมีระดับสูงกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้เพราะในตอนออกแบบประตู ภาวะโลกร้อนยังไม่ปรากฏ
การลงทุนในสองด้านที่อ้างถึงนี้มีความสำคัญในตัวของมันเองอยู่แล้ว หากนำทั้งสองมาสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดโดยให้รถไฟมีบทบาทสูงในการขนส่งระหว่างเมืองใหม่กับกรุงเทพฯ ค่าตอบแทนของการลงทุนก็จะยิ่งสูงขึ้น หากรัฐบาลปัจจุบันไม่คิดจะทำตามแนวที่เสนอ พรรคการเมืองใหม่ควรจะรวมโครงการทั้งสองไว้ในกรอบนโยบายของตน หากวันหนึ่งข้างหน้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล จะได้สร้างผลงานที่มีค่าต่อประชาชนทันที
ดร.ไสว บุญมา พิมพ์ในคอลัมน์ บ้านเขาเมืองเรา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2553







Leave a Reply