ที่มาของการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพในเมืองจีน
มีข่าวว่าสัปดาห์นี้ Paul Midler จะผ่านมาเมืองไทย ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะพบกับใครบ้างในระหว่างที่อยู่ที่นี่และจะมีสื่อนำเรื่องราวของเขามาเสนอหรือไม่ต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่ได้อ่านหนังสือของเขาไม่นานหลังหนังสือเล่มนั้นออกจากโรงพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 หนังสือชื่อ Poorly Made in China: An Insider’s Account of the Tactics behind China’s Production Game ชื่อของหนังสือกระตุกความสนใจของผมเป็นพิเศษเพราะมันบ่งบอกถึงเบื้องหลังของการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพในเมืองจีน คงเป็นที่ทราบกันแล้วว่า การผลิตสินค้าด้อยคุณภาพดูจะเป็นข่าวคู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของจีนอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้ยินเรื่องจำพวกการใส่สารอันตรายเช่นเมลามีนลงไปในนม การผสมสารตะกั่วลงไปในสีและความละเลยด้านการตรวจตราสารเคมีอย่างถี่ถ้วนในของเด็กเล่นเป็นประจำ
หนังสือมีขนาด 240 หน้าซึ่งคงใช้เวลาอ่านไม่นานนักสำหรับผู้ที่มีความแตกฉานในด้านการอ่านภาษาอังกฤษ ผู้เขียนเป็นชาวอเมริกันที่เรียนทั้งด้านประวัติศาสตร์จีนและการบริหารธุรกิจ เขาพูดภาษาจีนได้และเข้าไปตั้งหลักแหล่งอยู่ในเมืองจีนเป็นเวลานานเพื่อทำงานด้านเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทต่างประเทศที่ต้องการซื้อหรือสั่งผลิตสินค้ากับบริษัทผู้ผลิตในจีน การได้เข้าไปคลุกคลีกับผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดทำให้เขาเข้าใจความคิดของนักธุรกิจจีนและการปฏิบัติของพวกเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง เนื้อหาของหนังสือจึงมาจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนมากกว่าการศึกษาจากตำราและประกอบด้วยรายละเอียดมากมายจากหลายแง่มุม ผมจะนำบางประเด็นมาเล่าเคร่า ๆ เท่าที่หน้ากระดาษอำนวย
เมื่อมองลึกลงไป ปัจจัยที่ทำให้สินค้าจีนจำนวนมากด้อยคุณภาพมีรากฐานมาจากด้านวัฒนธรรมซึ่งนำไปสู่ปัจจัยทางด้านเทคนิค ผู้เขียนเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมต่าง ๆ ของนักธุรกิจจีนว่ามีจุดมุ่งหมายอยู่ที่จะทำอย่างไรจึงจะได้สัญญาสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เมื่อได้สัญญาสั่งซื้อสินค้าแล้วพวกเขามองว่าไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดหรือจริยธรรม ฉะนั้น จึงเป็นของธรรมดาที่พวกเขาจะพยายามสร้างภาพให้ปรากฏว่าตัวเองมีความสามารถในการผลิตสินค้าด้วยวิธีผักชีโรยหน้าและการกุลีกุจอเอาใจผู้จะเป็นลูกค้าในตอนเริ่มต้น ในบางกรณี ผู้ผลิตถึงกับมีการเล่นละครโดยการตั้งกระบวนการผลิตขึ้นมาตบตาผู้ต้องการจะสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ บางครั้งก็โกหกเอาดื้อ ๆ ว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทที่มีชื่อเสียง บางทีก็ตั้งบริษัทตัวแทนขึ้นมาในต่างประเทศเพียงเพื่อขอตัวอย่างสินค้าจากบริษัทต่าง ๆ ในประเทศนั้นแล้วนำไปวางเป็นตัวอย่างในงานแสดงสินค้าในเมืองจีนเพื่อโฆษณาว่านั่นเป็นสินค้าที่ตนผลิต หรือยอมตกลงราคาที่รู้แน่นอนว่าตนเองจะทำไม่ได้ แต่จะใช้วิธีลดต้นทุนแบบลดมาตรฐานของสินค้าในภายหลัง
หลังจากได้สัญญาสั่งซื้อสินค้าแล้ว ผู้ผลิตจะเริ่มผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตรงตามสัญญาเพียงในตอนต้น ๆ หลังจากนั้นก็มักจะค่อย ๆ ลดต้นทุนด้วยการลดส่วนประกอบบางอย่างทีละเล็กละน้อย หากผู้สั่งซื้อจับไม่ได้ก็จะทำไปเรื่อย ๆ หากถูกจับได้ก็จะหาข้อแก้ตัวไปต่าง ๆ นานาและแก้ปัญหาให้ ส่วนสินค้าที่ผลิตไปแล้วแต่ถูกจับได้ว่าผิดมาตรฐานก็ไม่ยอมทำลาย หากเก็บไว้ขายให้ประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศด้อยพัฒนาที่มาตรฐานการตรวจสินค้าไม่ค่อยสูงอยู่แล้ว ในหลาย ๆ กรณีจะมีการใช้ส่วนประกอบที่มีคุณภาพต่ำกว่าแทนสิ่งที่ตกลงกันไว้ เรื่องนี้ผู้สั่งซื้อสินค้ามักจับไม่ค่อยได้เพราะจะต้องใช้การทดสอบเป็นประจำซึ่งต้องใช้ทุนสูงมาก หรือในกรณีที่จับได้ก็ไม่รู้จะไปฟ้องร้องเอากับใครเพราะรัฐบาลจีนไม่ให้ความสำคัญต่องานด้านรักษาสัญญาเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าอยู่แล้ว ส่วนกระบวนศาลยุติธรรมของจีนก็ขาดกฎหมายในด้านนี้ ผู้เขียนคุ้นเคยกับสังคมตะวันตกซึ่งคนงานมักรายงานการโกงกันตรง ๆ แบบนี้ แต่คนงานจีนไม่มีทัศนคติที่จะรายงานการทำผิดจรรยาบรรณ การจะพึ่งการรายงานจากคนงานจึงเป็นไปไม่ได้
สำหรับในด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีอยู่อย่างแพร่หลาย ผู้เขียนมองว่าส่วนหนึ่งมาจากทัศคติจีนที่มีมาตั้งแต่โบราณ นั่นคือ ยกย่องผู้ที่มีความสามารถในการเลียนแบบได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนั้น ผู้ผลิตจีนมักรับผลิตสินค้าที่ลูกค้าในประเทศก้าวหน้าสั่งตามมาตรฐานแม้การผลิตนั้นจะขาดทุนบ้างก็ตาม แต่พวกเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านั้น แต่จะผลิตสินค้าอย่างเดียวกันแต่ด้วยการลดต้นทุนและคุณภาพจำนวนมากแล้วขายให้แก่ผู้ซื้อจากประเทศด้อยพัฒนา ส่วนนี้จะทำกำไรให้แก่พวกเขา ฉะนั้น ชาวอเมริกันจึงซื้อสินค้าจีนได้ถูกกว่าที่น่าจะเป็น ส่วนลูกค้าในประเทศด้อยพัฒนาต้องรับกรรมจ่ายส่วนต่างให้ทั้งในด้านการได้สินค้าด้อยคุณภาพและความเสี่ยงจากการใช้สินค้านั้น
ในด้านของคนงาน ปัญหามาจากหลายด้านนอกจากจะไม่รายงานเรื่องการละเมิดจริยธรรม เช่น พฤติกรรมการถ่มน้ำลายซึ่งในเมืองจีนถือเป็นของธรรมดา ทว่าในโรงงานที่ต้องการความสะอาดสูง พวกเขาก็ยังทำ หรือในด้านมาตรฐานในด้านความสะอาด เมื่ออยู่ที่บ้านคนงานอาจมีระดับความสะอาดระดับหนึ่งซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานของโรงงาน หรือผู้ตรวจสินค้ามองว่าเนื่องจากพวกเขาไม่ได้ใช้สินค้าเอง สินค้าจะบกพร่องก็ปล่อยให้ผ่านไปดีกว่าสร้างปัญหากับนายจ้าง
อีกด้านหนึ่งได้แก่สื่อซึ่งตามธรรมดาน่าจะทำหน้าที่วิเคราะห์ปัญหาแล้วนำมาราย แต่สื่อจีนมักไม่ได้มองว่าตนมีหน้าที่เช่นนั้น ความกดดันที่จะทำให้นักธุรกิจรักษาจรรยาบรรณจึงมีน้อย
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่ซื้อหรือสั่งผลิตสินค้าในเมืองจีนเป็นพิเศษ และถ้าเป็นไปได้ควรจะมีผู้นำมาเสนอให้ผู้บริโภคโดยทั่วไปตระหนักถึงเรื่องราวเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าที่มาจากเมืองจีน โดยเฉพาะสินค้าที่อาจจะสร้างปัญหาด้านสุขภาพไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องสำอาง หรือของเด็กเล่น.
ดร.ไสว บุญมา บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บ้านเขาเมืองเรา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553







[...] [...]