มูลนิธินักอ่านบ้านนา

banna

มูลนิธินักอ่านบ้านนา ร่วมก่อตั้งโดย ดร.ไสว บุญมา จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่อำเภอบ้านนาในชื่อ “โครงการส่งเสริมการอ่านที่อำเภอบ้านนา” ขอเชิญสนับสนุนกิจกรรมตามกำลังศรัทธา

โครงการส่งเสริมการอ่านที่อำเภอบ้านนา

แรงบันดาลใจ

โครงการนี้มีที่มาจากผู้ที่เคยมีถิ่นฐานบ้านเดิมอยู่ในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เห็นพ้องต้องกันว่า เราควรหาทางทดแทนคุณแผ่นดิน เรามองว่าการเสริมสร้างภูมิปัญญาให้คนรุ่นหลังเป็นทางทดแทนคุณแผ่นที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากการอ่านเป็นการเสริมสร้างภูมิปัญญาที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เราจึงร่วมมือกันริเริ่มโครงการทดแทนคุณแผ่นดินด้วยการส่งเสริมการอ่านที่บ้านเกิดของเราเป็นแห่งแรก

การดำเนินงาน

เราเริ่มต้นด้วยการช่วยกันหาทุนและหนังสือไปให้นักเรียนชั้นประถมในอำเภอบ้านนาอ่านเพื่อชิงทุนการศึกษาเมื่อปีการศึกษา 2549 เราทำกิจกรรมนำร่องนั้นอีกครั้งเมื่อปีการศึกษา 2550 เนื่องจากผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ เราจึงได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิขึ้นชื่อ “มูลนิธินักอ่านบ้านนา” เมื่อเดือนมิถุนายน 2551 เพื่อดำเนินงานร่วมกับโรงเรียนชั้นประถมในอำเภอบ้านนา สำหรับปีการศึกษา 2551 เราได้ทำกิจกรรมประกวดการอ่านเมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2551 ที่โรงเรียนบ้านเขาดินโดยให้นักเรียนอ่านหนังสือเรื่อง “อเมริกาที่ยังใช้ม้าเทียมไถ” สำหรับปีการศึกษา 2552 เราให้นักเรียนอ่านเรื่อง “โอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน” และกำหนดเอาวันที่ 22-23 มกราคม 2553 เป็นวันทำกิจกรรมประกวดการอ่านเช่นเดิม แต่สถานที่จะเปลี่ยนเป็นโรงเรียนวัดโพธิ์แก้วเบญจธาราม ตามแนวที่เราวางไว้ตั้งแต่เดิม กล่าวคือ โรงเรียนในโครงการซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 36 แห่งจะเปลี่ยนกันรับเป็นเจ้าภาพ

ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากจะได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษาแล้ว นักเรียน ผู้ปกครองและครูของนักเรียนที่ชนะการประกวดยังได้รับเชิญจากคุณชำนาญ พิเชษฐพันธ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ ไปชมกรุงเทพฯ และรับประทานอาหารที่ภัตตาคารลอยฟ้าในอาคารใบหยกซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในเมืองไทยอีกด้วย

ในลำดับต่อไป เราตั้งใจจะหาทุนและหนังสือไปให้นักเรียนเพื่อประกวดการอ่านชิงรางวัลทุนการศึกษาดังที่ทำมาแล้วพร้อมกับจะพยายามหาเงินก้นถุงให้มูลนิธินักอ่านบ้านนาก้อนหนึ่งซึ่งมูลนิธิฯ จะนำไปหาดอกผลและนำมาใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในวันข้างหน้า เงินก้นถุงส่วนใหญ่จะมาจากรายได้อันเกิดจากงานเขียนของ ดร. ไสว บุญมา ซึ่งฝากไว้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านนา

นอกจากหนังสือที่ใช้ในการประกวดการอ่านแล้ว มูลนิธิฯ จะพยายามจัดหาหนังสือที่เหมาะสมกับนักเรียนชั้นประถมไปให้โรงเรียนในโครงการซึ่งในปัจจุบันนี้มีนักเรียนรวมกันเกือบ 7,000 คน เท่าที่ผ่านมา นอกจากบรรดากัลยาณมิตรแล้ว สำนักพิมพ์มติชนได้ร่วมบริจาคหนังสือให้แก่โครงการนี้ด้วย

ความหวัง

เราหวังว่าถ้าการส่งเสริมการอ่านภาษาไทยได้ผลตามที่เราคาดหมาย เราจะขยายไปปูฐานความแตกฉานด้านภาษาอังกฤษและภาษาคอมพิวเตอร์เนื่องจากเราเห็นว่าการรู้ 3 ภาษานี้อย่างดีมีความสำคัญยิ่งในโลกยุคใหม่ เราหวังด้วยว่าถ้ามูลนิธิฯ ประสบความสำเร็จ เราจะขยายให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นและจะมีผู้อื่นนำแนวคิดไปทำในท้องถิ่นของตนด้วย

ประธานกรรมการและสถานที่ทำงานของมูลนิธินักอ่านบ้านนา

อาจารย์บุญยัง รอดประเสริฐ ประธานกรรมการ
โรงเรียนวัดพิกุลแก้ว
ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา
จังหวัดนครนายก 26110
โทรศัพท์ 089-903-5493

สนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิโดยบริจาคตามกำลังศรัทธา ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านนา เลขบัญชี 212-0-07043-1 และ 212-2-15601-5

46 Responses to “มูลนิธินักอ่านบ้านนา”

  1. ไสว บุญมา on November 5th, 2009 at 6:29 pm

    มูลนิธิรับบริจาคหนังสือและนิตยสารทั่วไปที่เหมาะสำหรับนักเรียนชั้นประถมเพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนในโครงการ และหนังสือที่ใช้ในการประกวดการอ่านแต่ละปีด้วย เช่น เรื่อง “โอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน” ซึ่งใช้ในการประกวดการอ่านในปีการศึกษา ๒๕๕๒ นั้น ได้รับบริจาคจากกัลยาณมิตรกลุ่มหนึ่งของมูลนิธิฯ นอกจากนั้น หากองค์กรใดมีความประสงค์จะเป็น “เจ้าภาพ” ของกิจกรรมในวันประกวดการอ่าน ทางโรงเรียนและมูลนิธิฯ ก็ยินดี กรุณาติดต่อกับประธานมูลนิธิฯ ตามเลขหมายโทรศัพท์ดังกล่าว หรือ ส่งอีเมล์ถึงผมที่ sboonma@msn.com

    ไสว บุญมา

  2. ลิลิต on November 10th, 2009 at 8:03 pm

    มองย้อนกลับไปตอนเป็นเด็กไม่ชอบที่จะอ่านหนังสือเพราะมองแล้วปวดหัวตัวหนังสือขยุกขยิก เมื่อโตขึ้นจนเริ่มแก่จึงเห็นคุณค่ามหาศาลที่มีอยู่ในหนังสือต่าง ๆ คิดไปคิดมาถ้าตอนเราเป็นเด็กมีคนส่งเสริมให้เราเริ่มรู้จักที่จะอ่านหนังสือให้เป็นคงจะดีไม่น้อย ย้อนเวลากลับก็ทำไม่ได้แต่เราเริ่มส่งเสริมเด็กของเราให้อ่านหนังสือเป็นได้ โครงการนี้น่าชื่นชมและขอสนับสนุนอีกหนึ่งแรง

  3. ไสว บุญมา on November 10th, 2009 at 9:31 pm

    ขอบคุณมากคุณลิลิต ไม่ทราบว่าคุณจะมีเวลาไปร่วมกิจกรรมของเราครั้งต่อไปหรือไม่ กำหนดวันที่ ๒๒-๒๓ มกราคม ณ โรงเรียนวัดโพธิ์แก้วฯ คงเดิมครับ ตอนนี้ผมยังอยู่ในต่างประเทศ จะกลับมาถึงเมืองไทยก่อนวันที่ ๑๕ มกราคม เบอร์ติดต่อ ๐๘๕-๑๔๘-๘๘๗๕ (หวังว่าบริษัทจะยังไม่ตัดบริการของผมเนื่องจากปีนี้อยู่ต่างประเทศนานกว่าทุกปี)

  4. ลิลิต on November 16th, 2009 at 6:24 pm

    ยินดีอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมเป็นกำลังใจ เกรงแต่ว่าจะไม่สามารถปลีกตัวไปได้ ( ถ้าเป็นวันอาทิตย์จะสะดวกมาก) ถึงอย่างไรก็ขอร่วมสนับสนุนด้านการเงินเป็นอันดับแรกถ้าเวลาเอื้ออำนวยจะไปร่วมงานแน่นอน

  5. ไสว บุญมา on November 16th, 2009 at 6:41 pm

    คุณลิลิต

    ขอบคุณมาก ผมเคยคิดเรื่องวันอาทิตย์เหมือนกัน แต่ก็เกรงใจบรรดาครูและผู้บริหารโรงเรียนซึ่งมักเหน็ดเหนื่อยกันมากอยู่แล้ว หลังจากปรึกษากัน เราจึงพบกันครึ่งทางโดยจัดงานในวันธรรมดาหนึ่งวันและวันหยุดหนึ่งวัน ถ้าคุณพอปลีกเวลาได้ กรุณาไปร่วมกินข้าวกลางวันกับเด็ก ๆ และผู้มาร่วมงานนะครับ

    สำหรับผม ไม่ได้มองการอ่านเท่านั้นที่มีค่า ผมมองว่าการแสดงความสนใจ ความห่วงใยและความเอื้ออาทรต่อพวกเขาซึ่งบางคนยากจนมากมีค่ายิ่งเมื่อเขารู้ว่าแม้เขาจะเกิดมาโชคร้ายอย่างไร โลกนี้ไม่ได้ร้ายอย่างที่เขากำลังประสบอยู่ไปเสียทั้งหมด หากเขาทำส่วนของเขาให้ดี โอกาสที่เขาจะหนีออกจากวังวันนั้นมีอยู่สูง ยิ่งกว่านั้น การที่เด็ก ๆ บ้านนอกได้สัมผัสกับพวกเรา เขาอาจเปิดโลกทัศน์กว้างขึ้น

  6. KS on December 4th, 2009 at 7:08 pm

    ยินดีจะสนับสนุนโครงการที่จะนำคววมรู้มาให้กับเด็กไทย พอดีที่บ้าน รุ่นคุณพ่อเคยสร้างห้องสมุดสำหรับโรงเรียนในต่างจังหวัดจึงเข้าใจความอดทนของผู้จัด
    ที่บ้านมีห้องสมุดส่วนตัว จึงทำให้อ่านหนังสือได้ตั้งแต่อายุน้อยมาก และความรู้จากการอ่านหนังสือจำนวนมาก (แต่ยังเหลืออีกเยอะที่อยากอ่าน) ที่ผ่านมาทำให้เห็นความแตกต่างในหลายมุมมองเมืือเทียบกับคนอื่นๆ (ที่เหลือคือการนำมาใช้)
    ถ้ามีโอกาสจะหาทางไปร่วมวงด้วยครับ

    ปัจจุบัน กำลังทำเรื่องเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

  7. ไสว บุญมา on December 5th, 2009 at 2:31 am

    ขอบคุณมากครับ คุณ KS

    ความฝันของผมคือใ้ห้เด็กมีโอกาสเข้าถึงหนังสือ ยิ่งเป็นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็น่าจะยิ่งดี เพราะยุคนี้เด็กสนใจสื่อร่วมสมัยมากกว่าหนังสือในห้องสมุดของคนรุ่นผม

  8. ไสว บุญมา on January 24th, 2010 at 5:54 am

    กิจกรรมส่งเสริมการอ่านของมูลนิธิฯ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๒ เพิ่งจบลงเมื่อวันที่ ๒๒-๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ ด้วยการประกวดการอ่านเป็นเวลาสองวันที่โรงเรียนวัดโพธิ์แก้วเบญจธาราม มีโรงเรียนส่งนักเรียนไปร่วมแข่งขันจำนวน ๒๗ โรง และมีกัลยาณมิตรของมูลนิธิฯ ไปร่วมกว่า ๔๐ คน รวมทั้งผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดห่างไกลและจากต่างประเทศด้วย

    ผลการประกวดเป็นที่น่าพอใจยิ่ง โรงเรียนในโครงการและมูลนิธิฯ จะร่วมกันกำหนดกิจกรรมและวันแข่งขันสำหรับปีการศึกษาหน้าเร็ว ๆ นี้ และจะนำมาบอกเล่าไว้ในที่นี่เผื่อว่ากัลยาณมิตรผู้ใดต้องการไปร่วมงาน จะได้กำหนดวันได้ล่วงหน้าราว ๑ ปี

  9. พมร นวรัตนากร on January 26th, 2010 at 11:45 am

    อาจารย์ไสวครับ ไม่ทราบว่ามูลนิธิฯ จะจัดทำรายชื่อโรงเรียนและเด็กที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งผลการแข่งขันเผยแพร่ในที่นี้ หรือ อีเมล์ จะได้หรือไม่ครับ

  10. ไสว บุญมา on January 27th, 2010 at 2:33 am

    ขอบคุณครับคุณพมร

    ตอนนี้รายละเอียดอยู่ที่มูลนิธิฯ วันนี้ผมจะไปบ้านนาอีกครั้ง หากเลขาฯ มูลนิธิฯ อยู่ก็จะขอรายละเอียดมาเผยแพร่ครับ

  11. ไพรัช เพ็ชรรุ่ง on January 28th, 2010 at 4:10 pm

    ขอขอบคุณคณะผู้ก่อตั้งมูลนิธินักอ่านบ้านนามาก ผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดที่บ้านนา และมีความคิดว่า ถ้ามีโอกาสตอบแทนคุณบ้านเกิดได้บ้าง ก็ยินดีที่จะทำอย่างเต็มใจและเต็มกำลัง
    คิดว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานและสนับสนุนมูลนิธิในโอกาสต่อไป

  12. ไสว บุญมา on January 29th, 2010 at 3:23 am

    ขอบคุณมากคุณไพรัช

    ผมดีใจมากที่เริ่มมีผู้มองเห็นว่าวิธีตอบแทนคุณบ้านเกิดที่เราริเริ่มขึ้นนี้เป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งมีประโยชน์แก่บ้านเกิด ยิ่งผู้มองเห็นและอาสาเข้ามาเป็นชาวบ้านนาด้วยกันด้วยแล้ว ผมยิ่งดีใจมากขึ้น และผมจะดีใจยิ่งขึ้นไปอีก หากนักเรียนที่เข้าร่วมชิงทุนทุกคนจะประสบความสำเร็จในชีวิตและวันหนึ่งข้างหน้าจะหันกลับมาสืบสานปณิธานการทดแทนคุณบ้านเกิดตามที่ตนพอจะทำได้ต่อไป

  13. Chongkiat on January 29th, 2010 at 10:36 am

    ผมได้ดูรายการเกี่ยวกับ Social Business Enterprise ซึ่งเป็นการทำธุรกิจที่ไม่เน้นที่กำไรสูงสุด แต่ทำเพื่อสังคม และสามารถเลี้ยงพนักงานและบริษัทได้ เหมือนกับโครงการพระราชดำริ หรือ ธนาคารไมโครเครดิต ซึ่งทำให้องค์กรมีพลัง และสังคมเจริญอย่างหยั่งยืน ไม่ต้องรอจากเงินบริจาคเหมือนมูลนิธิทั่วไป เมือ่รวมกับ information technology สมัยใหม่ ก็จะทำให้มีพลัง และแข็งแรง เช่น การนำพระธรรม ขึ้นบนเว็บ นี่เป็ฯด้านดีของทุนนิยมซึ่งยังไม่ได้ถูกใช้ และกำลังขยายตัวไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอังกฤษ ถ้าสามารถพัฒนามูลนิธิของอาจารย์ให้เลี้ยงตัวเองได้ ก็จะเป็นส่วนที่แข็งแรงและหยั่งยืนของสังคมไทยได้ น่าจะลองช่วยกันคิดนะครับ

  14. ไสว บุญมา on January 29th, 2010 at 11:15 am

    ขอบคุณครับคุณ Chongkiat

    ครับ … ผมทราบเรื่องที่คุณกล่าวถึงอยู่บ้าง ในเมืองไทยก็มีหลายต่อหลายแห่ง รวมทั้งการทำธุรกิจปกติเพื่อแสวงหากำไรในกรอบของตลาดเสรีด้วย ในการทำกิจกรรมครั้งที่ผ่านมา คุณพิพัฒน์ เศวตวิลาศ (ผมเอ่ยนามเขาโดบไม่ได้ขออนุญาตเพราะวิธีการของเขาควรได้รับการยกย่องและนำไปเป็นแบบอย่าง) พาครอบครัวไปร่วมงานด้วยพร้อมกับมอบทั้งหนังสือและทุนให้แก่มูลนิธิฯ ผมไม่ได้ชื่นชมคุณพิพัฒน์เพราะเขามอบเงินให้มูลนิธิฯ หากชื่นชมเขามานานแล้ว ผมเคยพูดหลายครั้งว่าถ้าไม่มีใครเขียนเรื่อง “ทำำปลาร้าไปฝากภาคอีสาน” สักวันหนึ่งข้างหน้าผมจะเขียนเอง ตอนนี้ขอเรียนแต่เพียงว่า คุณพิพัฒน์เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโอเรกอนอะลูมิเนียมที่ไม่เคยปลดคนงานไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะซบเซาสักเท่าไร เขาถือว่าคนงานคือส่วนหนึ่งของครอบครัวและผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา หาก “ต้องตาย” ก็ตายด้วยกัน

    ในขณะนี้ผมคงไม่มีความสารมารถที่จะ “ทำธุรกิจ” เพื่อส่งเสริมการอ่านที่บ้านนาได้ จึงขอพื่งกัลยาณมิตรที่มีจิตเมตตาต่อเด็กต่อไป ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจก็จะหารายได้ให้แก่มูลนิธิฯ ด้วยความหวังว่าเมื่อ “เวลา” ของผมมาถึง มูลนิธิฯ จะอยู่ต่อไปได้โดยไม่ต้องรบกวนผู้อื่นนอกจากผู้ที่จะมาร่วมนำเนินงานเพื่อสืบสานปณิธานของมูลนิธิฯ เราจะประชุมใหญ่ในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ผมกำลังต้องการคนหนุ่มสาวที่พอมีประสบการณ์และแรงผลักดันภายในอยู่บ้างมาเป็นกรรมการของมูลนิธิฯ หากคุณสนใจ กรุณาไปที่โรงเรียนวัดพิกุลแก้ว เวลา ๑๓ น. นะครับ

    ผมเพิ่งนำบัญชีธนาคารของมูลนิธิฯ ไปปรับเมื่อวาน มีเงินจำนวน ๑,๐๐๐ บาทซึ่งไม่ทราบที่มาใส่ไว้เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม อาจมีการผิดพลาดในการโอนเงิน หากกัลยาณมิตรผู้ใดมีใจเมตตาแก่เด็ก ๆ ในเครือข่ายที่มูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนอยู่และโอนเงินนั้นเข้าไป กรุณาบอกให้ทางเราทราบด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง

  15. ลิลิต on January 29th, 2010 at 1:42 pm

    เรียนอาจารย์ไสว เนื่องจากไม่สามารถไปร่วมงานที่บ้านนาได้ วันที่ ๒๐จึงได้โอนเงินร่วมสนับสนุนกิจกรรม หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่เด็กเด็กส่วนหนึ่งและเป็นแรงใจให้ผู้จัดกิจกรรมอีกทาง
    ด้วยความนับถืออย่างยิ่ง

  16. ไสว บุญมา on January 29th, 2010 at 2:22 pm

    ขอบคุณมากแทนเด็ก ๆ ครับคุณลิลิต ผมจะเรียนให้คณะกรรมการของมูลนิธิฯ ทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม หากคุณให้ข้อมูลแก่มูลนิธิฯ ผู้ดำเนินงานก็จะส่งใบเสร็จรับเงินมาให้ซึ่งคุณจะนำไปใช้หักภาษีได้ตามกฎเกณฑ์ครับ

    ผมหวังว่าปีหน้า เดือนมกราคม เราคงพบกันที่อำเภอบ้านนา หากไม่มีโอกาสพบกันก่อนนั้นนะครับ

  17. sompong duangsawai on January 30th, 2010 at 1:15 pm

    ขอแสดงความชื่นชมอาจารย์ อยู่ที่ไหนก็ยังมีไฟอยู่ มูลนิธินักอ่านบ้านนา ดีมากครับเป็นการเริ่มที่เป็นตัวอย่างของคนตัวเล็ก ๆ แต่ใจรักและใจใหญ่ที่ดีให้กับเด็กรุ่นหลัง คิดกุศลย่อมได้กุศล ผมชื่นชมอาจารย์ ประทับใจที่นำเรื่องม้าเทียมเกวียนในอเมริกามาให้อ่าน อามิช ใช่ไหมครับ ว่าสังคมทุนนิยมจัด ๆ ยังมีสังคมนิยมแบบพอเพียงรักษารากวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้ อาจารย์เคยไปที่จริงไหมครับ ชีวิตผู้คนเป็นอย่างไรบ้าง ผมไม่มีวาสนาได้เห็นแต่ได้รู้ก็ทึ่ง บ้านเราไม่เหนียวแน่นทางวัฒนธรรมมีแต่จะถูกกลืน อยากคุยกับอาจารย์ทางโทรศัพท์ก็ได้ อยากให้อาจารย์เป็นแขกในรายการวิทยุที่ผมทำเป็นงานเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรม วัฒนธรรมการอ่านที่อาจารย์ทำก็น่าสนใจยิ่ง ถ้าอาจารย์เมตตา กรุณาตอบมาทางเมล์ให้ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณอย่างสูง สมปอง ดวงไสว

  18. ไสว บุญมา on January 31st, 2010 at 7:54 am

    ขอบคุณมากครับคุณสมปอง

    ที่อยู่อีเมล์ไม่ปรากฏบทเว็บไซต์นี้นะครับ ผมจึงจำเป็นต้องตอบทางนี้

    ผมไปดูหมู่บ้านชาวอามิชมาหลายครั้งและต้นเดือนกรกฎาคมนี้ก็มีโครงการจะผ่านไปดูอีก ส่วนหนึ่งเพื่อจะสร้างแรงดลใจและถ่ายรูปใหม่ ๆ มาปรับเปลี่ยนหนังสือเล่มนั้น

    ผมไม่ทราบว่าวิทยุคุณอยู่ที่ไหน แต่ยินดีจะมาร่วมออกรายการถ้ามันจะเกิดประโยชน์ โทรศัพท์ผม 085-148-8875 โทรได้ตลอดเวลา แต่ถ้าผมติดธุระรับไม่ได้ กรุณาอย่าถือกันนะครับ

  19. วัชรพงศ์ วงษ์สิม on February 4th, 2010 at 1:36 pm

    เรียนอาจารย์ไสว บุญมา
    ผมชื่นชอบโครงการนี้ครับ ผมมีมุมมองแตกต่างหลายอย่างที่จะทำให้ชุมชนของเราเป็นนักอ่านบ้านนาได้ทุกๆที่ แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ เพราะตัวไม่อยู่ทำ ยังต้องตะลอนออกทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ถึงแม้จะคิดถึงบ้านอย่างมากก็ตาม

    ผมได้อ่านงานเขียนของอาจารย์เล่มหนึ่ง จำไม่ผิดชื่อ สู่จุดจบ.. เป็นหนังสือเศรษฐศาสตร์เล่มแรกที่ทำให้ผมสนใจอยากเรียนสาขานี้ ผมเป็นวิศวกรครับ บอกตรงๆกำลังทำงานเก็บเงินเพื่อการจะศึกษาต่อสาขาเศรษฐศาสตร์อยู่ เลยอยากขอคำแนะนำจากอาจารย์ด้วยครับ ว่าควรศึกษาด้านไหนดี เพราะเห็นมีอยู่หลากหลาย จุดประสงค์ผมจะนำไปปรับสมดุลในท้องถิ่นของผมครับ หนังสือที่ซื้อมาได้อ่านครบโดยไม่ต้องไปจบกับเขาก็กลัวว่าจะมองด้านเดียวเกินไป

    ขอความกรุณาด้วยครับ

    ขอแสดงความนับถือ

    วัชรพงศ์ วงษ์สิม

  20. ไสว บุญมา on February 4th, 2010 at 2:56 pm

    ขอบคุณครับคุณวัชรพงศ์ – ผมเห็นว่าน่าจะเรียนส่วนมหภาคและถ้าเป็นไปได้ผสมด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วยครับ

  21. ไสว บุญมา on February 4th, 2010 at 4:00 pm

    ปล -ถึงคุณวัชรพงศ์

    ผมเขียนหนังสืออีก ๕ เล่มหลังจากเล่มนั้น – กะลาภิวัตน์, ธาตุ 4 พิโรธ, มองเมืองไทย, ทางข้ามเหว และ สู่ความเป็นอยู่แบบยั่งยืน ทุกเล่มยังอาจหาซื้อได้ยกเว้นเล่มสุดท้ายซึ่งกัลยาณมิตรของผมพิมพ์แจก ผมจะหาทางนัดพบกับผู้อ่านหนังสือของผมและผู้มีความต้องการศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าใจยิ่งขั้นในเร็ว ๆ นี้ หากนัดได้ก็จะมีหนังสือเล่มสุดท้ายนี้(เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง)และอีกบางเล่มแจกให้ด้วย ผมอยากให้คุณอ่านหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ “ล่มสลาย” ซึ่งแปลจากเรื่อง Collapse ของ Jarred Diamond เล่มนี้หนาเกือบ ๘๐๐ หน้า คุณจึงต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ผมเชื่อว่าคุณจะเห็นค่าของมันเมื่ออ่านไปได้สักครึ่งเล่ม

  22. วัชรพงศ์ วงษ์สิม on February 5th, 2010 at 10:17 pm

    ขอบคุณอาจารย์สำหรับคำแนะนำดีๆครับ ผมเป็นคนบ้านนอกครับ ริมโขงโน่นเลย ผมอายุยี่สิบปลายๆ เก็บเงินว่าจะไปเรียนอเมริกาครับ อยากไปถกกับอาจารย์ฝรั่งหน่อย ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนภาษาด้วยตัวเองไม่รู้จะได้แค่ไหน แต่ต้องทำได้ ผมอ่านประวัติการศึกษาของอาจารย์แล้ว ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจครับ ลูกบ้านนอกอย่างเรา โอกาสเป็นสิ่งที่เราต้องสร้างและแสวงหาเอาเอง รบกวนอาจารย์แนะนำยูที่อเมกาด้วยครับ ผมว่าจะไปอยู่ที่ซานฟราน เพราะน้องที่รู้จักเขามีญาติที่นั่น ต้องติดสอยห้อยตามเขาไปตามประสา เยี่ยงเดินตามก้นหลวงพ่อในสมัยพ่อเรียนไม่ต่างกัน ผมวางแผนไว้ปีหน้าครับ แต่ทุกอย่างต้องเตรียมการ โอกาสไม่เคยลอยมาหาเราเลยจริงๆ แต่นี่กลับเป็นความงดงามของชีวิต

    ขอขอบคุณในความกรุณาของอาจารย์ครับ

    ขอแสดงความขับถือ

    วัชรพงศ์ วงษ์สิม

  23. ไสว บุญมา on February 6th, 2010 at 2:58 am

    ขอบคุณ คุณวัชรพงศ์ – ถ้าเข้าเรียนแถว ๆ นั้นได้ก็ดี ผมไม่เคยอยู่แถวนั้น จึงไม่แน่ใจว่าจะแนะนำอย่างไร รู้แต่ว่ามหาวิทยาลัยมีหลายแห่ง แพงบ้างถูกบ้าง ขอให้โชคดี

  24. วัชรพงศ์ วงษ์สิม on February 8th, 2010 at 5:07 pm

    ขอขอบคุณอาจารย์มากครับ สำหรับคำแนะนำดีๆครับ ถ้ามีโอกาสได้ไปจริงๆ ผมก็ไปซำซับให้มากที่สุดเลยครับ เพราะผมมองว่าพวกอเมกาเป็นพวกปากว่าตาขยิบ ใช้ทรัพยากรเปลืองที่สุดในโลกเลยครับ และใช้เงินไปใช้อย่างฟุ่มเฟือยด้วย แต่แค่มองมันคงไม่เท่าไปคลุกกับมัน ผมคิดว่าสิ่งที่ผมพอนำมาปรับใช้กับชุมชนบ้านนอกได้ คือเรื่องชลประทานที่พอมีความรู้บ้างในวิชาชีพวิศวกรโยธาที่จบมา ที่เหลือก็เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ ที่ต้องเปรียบเทียบให้เห็นได้ชัด โดยต้องวิ่งคู่ไปกับการศึกษาภาคประชาชน และอินเตอร์เนต ด้วยความหวังว่าสมัยที่ผมเป็นผู้ใหญ่สังคมบ้านนาจะทันสมัยในทางความรู้มากกว่านี้ครับ ผมตั้งมั่นว่าจะทำให้ได้ โดยเริ่มที่บ้านเราก่อน ขอบคุณอาจารย์อีกครั้งหนึ่งครับที่เป็นแรงบันดาลใจ…

    ด้วยความเคารพอย่างสูง

    วัชรพงศ์ วงษ์สิม

  25. ไสว บุญมา on February 11th, 2010 at 1:18 pm

    การประชุมประจำปีของมูลนิธิฯ ร่วมกับโรงเรียนเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มติว่า สำหรับปีการศึกษา ๒๕๕๓ หนังสือที่ใช้ในการประกวดการอ่านเพื่อชิงทุนการศึกษาจะเป็นเรื่อง “ความสุขของกะทิ” โดยงามพรรณ เชชาชีวะ และกิจกรรมประกวดการอ่านและมอบทุนการศึกษาจะจัด ณ โรงเรียนวัดบ้านพริก ต. บ้านพริก อ. บ้านนา จ. นครนายก ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ หากกัลยาณมิตรของมูลนิธิฯ จะไปร่วม ขอเรียนเชิญพร้อมกันในวันที่ ๑๓ ที่โรงเรียนดังกล่าวจากตอนเช้าเป็นต้นไปจนกว่าจะเสร็จงานราวบ่ายสามโมง ผู้ใดต้องการบริจาคหนังสือ กรุณานำติดมือไปด้วย ขอบคุณ

  26. sompong duangsawai on February 11th, 2010 at 10:23 pm

    มูลนิธินักอ่านบ้านนา ต้องการหนังสือหรือไม่ครับ ผมพอมีปันกันอ่าน ปันให้เด็กๆที่บ้านนาอ่าน ยินดีสนับสนุนเท่าที่มีกำลังสติปัญญา ครับ ชื่นชมที่เด็กๆท่นี่รักการอ่านจนเกิดรางวัลหรือแข่งขันกันอ่านซึ่งหายาก อาจารย์ มูลนิธิ ทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์ดีมากอีกครั้งครับ ชื่นชมครับ อยากชวนเด็กๆยอดนักอ่านมาออกรายการวิทยุ เอฟ เอ็ม ๙๒ ที่ผมจัดอยู่บ้างจะได้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่สาธารณชน ด้วยความยินดียิ่ง ช่วยประนงามักเรียนที่ชนะเลิศให้ด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง
    ขอแสดงความนับถือและชื่นชมศรัทธายิ่ง
    สมปอง ดวงไสว

  27. ไสว บุญมา on February 12th, 2010 at 2:39 am

    ขอบคุณครับคุณสมปอง ผมได้เรียนให้มูลนิธิฯ ทราบแล้ว เรื่องติดต่อกับเด็ก กรุณาติดต่อผ่าน ครูสำเภา สมจิตร ซึ่งเป็นผู้ประสานงานแทนเลขาของมูลนิธิ 089-751-8322 เด็กต้องการหนังสือครับและมูลนิธิฯ รับเป็นตัวกลางในการส่งหนังสือให้เด็ก ถ้าจะรวมกันสัมภาษณ์เด็กที่ชนะสัก๒-๓ คนในระหว่างที่ผมยังอยู่ในเมืองไทย ก็จะพยายามประสานการรวมตัวกันให้ครับ

  28. ประมวญ ปานเขาแดง on February 13th, 2010 at 11:39 am

    เรียน ดร.ไสว บุญมา บริษัทอัมรินทร์ บุ๊คเซ็นเตอร์ โทรศัพท์แจ้งอ.บุญยัง รอดประเสริฐ (ประธานมูลนิธินักอ่านบ้านนา) ว่ากำลังดำเนินการส่งหนังสือให้มูลนิธิฯแล้ว

  29. ไสว บุญมา on February 14th, 2010 at 3:22 am

    ขอบคุณครับ ปีการศึกษานี้ เราได้หนังสือระดับซีไรต์ หวังว่าคงไม่ต้อง “กระตุ้น” ความสนใจกันมากกว่านี้ หวังด้วยว่าบรรดาครู ๆ จะหยิบอ่านกันด้วย หนังสือเพียง ๑๑๘ หน้า คงใช้เวลาอันมีค่าของทุกคนเพียงเล็กน้อย สำหรับผู้สนใจ ตอน ๒ ออกมาแล้ว ๑๙๘ หน้าครับ

  30. ไสว บุญมา on February 16th, 2010 at 11:21 am

    ผมเพิ่งกลับจากพัทลุง หลังนั่งรถไฟข้ามคืนจากกรุงเทพฯ ไปแจ้งที่นั่นด้วยความเอื้อเฟื้อของ อ. มยุรี ณะฤทธิ์ ใช้เวลาอยู่กับ ผอ. โรงเรียนบ้านโหล๊ะเร็ด ต. เขาย่า อ. ศรีบรรพต สมชาย มณีรัตน์ ทั้งวันแล้วนั่งรถไฟข้ามคืนกลับในตอนเย็น ถึงกรุงเทพฯ เช้าวันรุ่งขึ้น ไม่เหนื่อย แม้จะเป็น สว. แล้ว ดีใจที่แนวคิดและรูปแบบของการส่งเสริมการอ่านที่ อ. บ้านนา กำลังจะไปแตกดอกออกช่อที่ อ. ศรีบรรพต และมีทีท่าจะขยายต่อไปเร็วกว่าที่บ้านนาเสียอีก ขอบคุณ อ. มยุรี ผอ. สมชาย และ อ. ลำใย พบกันอีกในเดือนพฤศจิกายน

  31. ประมวญ ปานเขาแดง on February 18th, 2010 at 12:20 pm

    ผศ.มยุรี ณะฤทธิ์ ได้ส่งหนังสือให้มูลนิธินักอ่านบ้านนา และได้ดำเนินการส่งให้โรงเรียนในเครือข่ายแล้ว

  32. ประมวญ ปานเขาแดง on February 18th, 2010 at 12:22 pm

    ผศ.มยุรี ณะฤทธิ์ ได้ส่งหนังสือธรรมะมหาสนุกเล่ม 1 จำนวน 20 เล่ม และเล่ม 2 จำนวน 20 เล่มให้มูลนิธินักอ่านบ้านนา และได้ดำเนินการส่งให้โรงเรียนในเครือข่ายแล้ว

  33. ไพรัช เพ็ชรรุ่ง on February 26th, 2010 at 7:08 pm

    เรียน ดร.ไสว บุญมา
    ผมใช้ e-mail ชื่อ pphetroong@hotmail.com ครับ

  34. sompong duangsawai on March 11th, 2010 at 9:56 pm

    กราบขอบพระคุณดร.ไสว บุญมาเป็นอย่างสูงที่กรุณากับรายการคือไทยหัวใจศิลป์ ให้สัมภาษณ์เรื่องราวที่น่าสนใจยิ่ง เชื่อว่าจะได้มีการตอบรับที่ดี อาจารย์จะเดินทางไปอเมริกา วันอังคารที่จะถึง ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ แล้วอาจารย์อย่าลืมไปศึกษาชาวอามิชมาเพิ่มเติม กลับมาคราวหน้าผมจะเรียนเชิญถึงความคืบหน้าต่อมานะครับ ส่วนเรื่องนักเรียนมูลนิธินักอ่านบ้านนาจะนำมาเสนอในรายการเดือนพฤษภาคม รายละเอียดจะประสานงานกับอาจารย์สำเภาอีกครั้งแล้วจะแจ้งให้อาจารย์ทราบทางเมล์นี้ และมีโอกาสจะไปเยี่ยมมูลนิธิที่บ้านนาให้ได้ ขอบพระคุณมากอีกคร้ง และถ้าเป็นไปได้โทรคุยข้ามโลกโฟนอินก็ได้ ผมจะลองติดต่อดูกับอาจารย์อีกครั้ง มือถือของอาจารย์จะใช้เบอร์ไหนอย่างไรหรือวิธีใดที่สะดวกสำหรับอาจารย์บอกมาด้วยจะเป็นพระคุณมาก สมปอง ดวงไสว

  35. ไสว บุญมา on March 12th, 2010 at 1:33 am

    ขอบคุณมากคุณสมปอง

    กรุณาบอกเวลาออกรายการของคุณและคลื่นพร้อมเบอร์โทร ผมอาจจะฟังที่อเมริกาผ่านทางเน็ตได้แล้วอาจโทรข้ามโลกมาคุยกับผู้ฟัง

    เรื่องมูลนิธินักอ่านบ้านนา การประกวดการอ่านและมอบรางวัลทุนการศึกษาสำหรับปีการศึกษา ๒๕๕๓ ได้กำหนดเอาวันที่ ๑๒-๑๓ พฤศจิกายน เป็นการดำเนินกิจกรรมรอบสุดท้าย คราวนี้โรงเรียนวัดบ้านพริกจะเป็นเจ้าภาพ ข่าวน่ายินดีคือ แนวคิดการส่งเสริมการอ่านของเราชาวโรงเรียนในอำเภอบ้านนาได้แพร่ไปถึงพัทลุงแล้ว โรงเรียนราว ๒๐ แห่งที่นั่นจะร่วมกันจัดกิจกรรมขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับโรงเรียนที่บ้านนา ผมตั้งใจจะไปเป็นกำลังใจให้พวกเขาด้วย

    เรื่องชาวอามิชผมจะศึกษาต่อไปครับ

    อีเมล์ของผมคือ sboonma@msn.com; โทรศัพท์ที่อเมริกา 0011-703-455-4284

  36. sompong duangsawai on March 14th, 2010 at 6:02 am

    เรียนดร.ไสว บุญมา
    ผมขอบคุณอีกครั้งและขอโทษที่ไม่ได้บอกรายละอียดทั้งหมดให้อาจารย์ทราบ รายการชื่อ “คือไทยหัวใจศิลป์”ทางวิทยุ เอฟ เอ็ม ๙๒, เอ เอ็ม ๑๑๖๑ ฟังสดย้อนหลังได้ที่ http://www.moeradiothai.net ทุกวันอาทิคย์เวลา ๑๕.๑๐-๑๖.๐๐ น.เป็นวิทยุศึกษาไม่มีโฆษณา ซึ่งอยู่ที่อเมริกาก็ฟังได้แน่นอนครับ ผมมีผู้จากอลาสก้า เวียนนาบอกให้ทราบเหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่อาจารย์อยู่ก็คงไม่เป็นปัยหา และขอบคุณสำหรับเบอร์โทรศัพท์ที่อาจารย์ให้ไว้ แล้วคงได้คุยข้ามโลกกันได้ในรายการให้ผู้ฟังได้ทราบเรื่องต่างๆจากอาจารย์ได้ ผมขอบพระคุณอีกครั้งและชื่นชมมูลนิธินักอ่านบ้านนาที่เป็นกระแสความสนใจการอ่านไปเติบโตที่พัทลุงและค่อยๆขยายไปหลายๆที่แล้วผมจะตามไปชวนคนเหล่านั้นมาเล่าให้ฟังในรายการเหมือนกันน่าจะปลุกให้สังคมนี้เป็นสังคมนักอ่านเพิ่มขึ้น มีอะไรผมคงคุยกับอาจารย์ทางเน็ตได้นะครับ ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง เดินทางโดยสวัสดิภาพกลับไปอยู่กับครอบครัวมีความสุขกับรอบข้างที่เป็นทั้งดาวและเดือนของชีวิตอาจารย์ อาจารย์พิมพ์ประวัติอาจารย์ออกมาให้กำลังใจเด็กๆเป็นแนวทางให้เขาได้เดินตามบ้างได้ไหมครับ ที่ห้าตอนจบ ในเน็ตนี้เป็นแรงใจให้คนชนบทรักการเรียนใฝ่ก้าวหน้าไปเรียนต่างประเทศแล้วกลับมาพัฒนาบ้านเราเหมือนที่อาจารย์ได้ทำครับ ขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งหนึ่งครับ
    สมปอง ดวงไสว
    ผู้ดำเนินรายการวิทยุ คือไทยหัวใจศิลป์ เอฟ เอ็ม ๙๒ เอ เอ็ม ๑๑๖๑
    วันอาทิตย์ 15.10-16.00 น
    (หมายเหตุวันนี้ ๑๔ มีนาคม สามโมงเย็นถึงสี่โมงเย็นอาจารย์ยังฟังในเมืองไทยได้ครับ)

  37. sompong duangsawai on March 23rd, 2010 at 10:15 pm

    เรียน ดร.ไสว บุญมา เรื่องนัดเด็กยอดนักอ่านบ้านนา นั้นได้นัดหมายครูสำเภา เรื่องการสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม เป็นนักเรียนวัดพิกุลแก้วคนหนึ่งและน่าจะเป้นนักเรียนจากบ้านนาคนหนึ่ง ก็คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด มีอะไรคืบหน้าจะได้เล่าให้อาจารย์ฟังอีก อาจารย์สบายดีนะครับและได้ฟังเรื่องที่เราได้คุยทางอินเทอร์เน็ต http://www.moeradiothai.net หรือยังครับ เรื่องที่คุยกันนั้นมีจดหมายของผู้ฟังตอบรับมาดี ขอบพระคุณอาจารย์มากสวัสดีครับ

  38. ไสว บุญมา on March 24th, 2010 at 12:26 am

    ขอบคุณครับคุณสมปอง เดี๋ยวจะหาเวลาเข้าไปศึกษาระบบเน็ตของวิทยุศึกษาครับ

  39. sompong duangsawai on June 21st, 2010 at 6:26 pm

    เรียน ดร.ไสว บุญมา เราคุยทิ้งค้างไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม เมษา พฤษภา มิถุนา คราวนี้ลงตัวแล้วครับ เรื่องพูดคุยกับนักอ่านบ้านนา คนที่ได้รับรางวัลที่สอง ที่หนึ่งเขาไปไกลเกินกว่าครูจะติดต่อให้ได้ เป็นสัมภาษณ์ดช.สุวพัชร โหยหวน เด็กขยันของโรงเรียนวัดพิกุลแก้ว ในวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม และออกอากาศวันอาทิตย์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๓-๔ โมงเย็น ฟังครูสำเภาเล่าแล้วชีวิตเขาน่าสนใจมาก อาจารย์สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง ได้อ่านของอาจารย์อยู่เสมอ ก็หวังว่าอาจารย์สุขสบายดี มีแรงกายแรงใจค้นคว้าเขียนให้สังคมไทยได้เห็นอีกด้านก็หวังว่าจะมีผลกระเทือนให้สังคมได้ขยับเขยื้อนบ้าง ก็ยังดี คุยกับอาจารย์แค่นี้ สวัสดีนะครับ

  40. ไสว บุญมา on June 21st, 2010 at 9:04 pm

    ขอบคุณมากคุณสมปอง

    ยอดเยี่ยมครับ เด็กจะมีกำลังใจเพิ่มขึ้น ปีการศึกษานี้ทางโรงเรียนกำหนดเอาวันที่ ๑๒-๑๓ พฤศจิกายน เป็นวันทำกิจกรรมประกวดการอ่านและจะมอบรางวัลทุนการศึกษาของมูลนิธินักอ่านบ้านนาในวันที่ ๑๓ หนังสือที่จะใช้ในการประกวดเป็นเรื่อง “ปุยเมฆในกระจกเงา” ของประภัสสร เสวิกุล ซึ่งทางสำนักพิมพ์อมริทร์กรุณามอบให้ ๑๕๐ เล่ม (และหนังสืออื่น ๆ อีกหลายปก) มูลนิธินักอ่านบ้านนาได้แจกไปทั่วโรงเรียนในโครงการทั้ง ๓๕ แห่งแล้ว หากคุณมีเวลา กรุณาไปร่วมกับเราในวันที่ ๑๓ ที่โรงเรียนวัดบ้านพริก อ. บ้านนา นะครับ

    สุขภาพผมดี ขอบคุณ ยังสู้ได้อีกหลายยก โชคดีที่พ่อแม่ให้ร่างกายอันแสนคงทนปานรถยนต์ดีเซลมา

  41. sompong duangsawai on June 23rd, 2010 at 12:02 am

    ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ อยากไปเห็นว่ากิจกรรมการแข่งขันการอ่านของมูลนิธิทำอย่างไร ผมอยากเห็นภาพนั้นจริงๆ และก็ดีใจกับอาจารย์โรงเรียนที่พัทลุงและที่อื่นๆก็ตื่นตัวนำไปใช้ ผมจะพยายามเว้นวันว่างไว้ที่ ๑๓ พฤศจิกายน แล้วจะได้พบกัน น่าตื่นเต้นและดีใจกับเด็กๆที่ได้รับโอกาสดีตั้งแต่วัยเยาว์ ดีใจที่อาจารย์สุขภาพดีและยังทำงานเขียนอย่างสม่ำเสมอ อาจารย์ไปดูอามิชรอบนี้มาแล้วหรือยังครับ เขามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่าครับ ยังรักษาความมั่นคงทางวิถีชีวิตไว้ได้ทุกอย่างน่านับถือและชื่นชมยิ่งนะครับ ผมรออ่านจากอาจารย์ครับ

  42. ไสว บุญมา on June 23rd, 2010 at 12:18 am

    เพิ่งพาพรรคพวกสองคนจากเมืองไทยไปชมหมู่บ้านขนาดใหญ่ของชาวอามิชในรัฐเพนซิลเวเนียเมื่อตอนปลายเดือนเมษายน ได้เห็นพวกเขากำลังไถไร่ไถนากันด้วยการใช้ม้าลากไถ เห็นโรงเรียนห้องเดียว ฯลฯ พวกเขาก็ตื่นเต้นกันดีที่ได้เห็นของจริงที่ไม่น่าเชื่อที่จะมีอยู่ท่ามกลางสังคมอเมริกัน คุณสมปองผ่านไปทางกรุงวอชิงตันจะพาไปดูครับ อีกปสัปดาห์กว่า ๆ ผมจะผ่านไปทางนั้นอีก แต่คราวนี้คงไม่แวะ

  43. sompong duangsawai on July 6th, 2010 at 9:09 am

    อาทิตย์ที่จะถึงนี้นะครับ วันที่ ๑๑ ก.ค. จะเป็นการพูดคุยกับสุวพัชร โหยหวน เด็กที่ได้รองชนะเลิศในการอ่านนะครับ ได้ประสานงานกับครูสำเภาสมจิตรกันไว้แล้ว ไม่น่ามีปัยหา วันอาทิตย์ หรือฟังทางอินเทอร์เน็ตได้เลยครับ หวังว่าอาจารย์สุขสบายดีนะครับ

  44. ไสว บุญมา on July 6th, 2010 at 4:16 pm

    ขอบคุณครับคุณสมปอง … ครูสำเภาเคยเล่าสั้น ๆ ว่าเด็กคนนี้มีความมานะสูง มีน้ำใจ ฯลฯ แม้จะมาจากครอบครัวที่ด้อยโอกาส แต่ดูจะไม่มองว่านั่นเป็นปมด้อย หากมูลนิธิของเรามีโอกาสได้ส่งเสริมเด็กเช่นนั้นให้ก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของชาติสักปีละคน ผมก็จะเหมาเอาว่าเราประสบความสำเร็จแล้วอย่างน้อยในส่วนหนึ่ง

  45. sompong duangsawai on August 13th, 2010 at 5:33 am

    สวัสดีครับ ดร.ไสว บุญมา
    เช้าวันนี้ได้อ่านงานที่อาจรย์เขียนเรื่อง มหาเศรษฐีผู้มีจิตวิญญาณกับวิวัฒนาการของสังคม แล้วประทับใจในแนวคิดของเศรษฐีอย่างบัฟเฟต์กับบิลเกต ขออนุญาตนำไปเล่าฝากผู้ฟังในรายการคือไทยหัวใจศิลป์นะครับ ขอบพระคุณอาจารย์มากๆที่นำเรื่องดีดีมาให้อ่านและขออนุญาตนำไปฝากผู้ฟังในรายการของผมด้วย ขอบพระคุณมากอีกครั้ง
    สุขภาพอาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง รักษาสุขภาพด้วยนะครับ คนไทยที่นี่จะได้มีงานทางสติปัญญาดีดีอ่าน นี่ก็เป็นบริจาคที่ยิ่งใหญ่อันหนึ่งที่สองเพื่อนรักบอกไว้นะครับ ขอให้อาจารย์ได้ทำต่อไปและหวังว่าจะได้พบกันที่เมืองไทยในเดือนตุลาคม พฤศจิกายนที่มีงานสำคัญของมูลนิธินักอ่านบ้านนา จะไปเก็บบรรยากาศมาเล่าสู่กันฟังด้วยครับ

  46. ไสว บุญมา on August 13th, 2010 at 8:43 am

    ขอบคุณมากคุณสมปอง

    เหมือนฟ้าบันดาล … ผมพยายามหาที่อยู่เมล์ของคุณเมื่อราวสี่ห้าชั่วโมงก่อนเพราะต้องการขอบคุณที่นำเรื่องแม่ค้าลูก ๑๘ มาลงในกรุงเทพธุรกิจ และผมได้นำไปใส่ใน Facebook เพื่อปันกับผู้อยู่ในเครือข่าย แต่ยังไม่พบ ก็พอดีคุณเขียนไป

    งานของผมเป็นของส่วนรวมครับ หากเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ก็เชิญนำไปเผยแพร่ได้ครับ

    หวังว่าการสัมภาษณ์เด็กที่บ้านนาคงเป็นไปด้วยดี มีข่าวส่งถึงผมโดยตรงได้ที่ sboonma@msn.com ครับ ถ้าคุณสมปองจะเข้าเป็นเครือข่ายใน Facebook ก็จะพบกันกับผู้มีความสนใจในแนวเดียวกันบ่อยขึ้นครับ

Leave a Reply

white-line S-Boonma

คุยกับผู้อ่านครั้งที่ ๑๒ วาระครบรอบหนึ่งปีของเว็บไซต์

>> เว็บไซต์นี้ปรากฏแก่สายตาผู้ท่องเว็บเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมเขียนมาคุยกับผู้อ่านเป็นครั้งคราว ตอบคำถามและเสริมความเห็นของผู้อ่านบ้าง และส่งเรื่องมาให้...เชิญอ่านต่อที่นี่<< white-line

......................................................................

[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]

white-line white-line white-line

มูลนิธินักอ่านบ้านนา donation bookandwriter

kosolanusim

bookish

เรื่องรายเดือน

เรื่องตามหมวดหมู่

ความคิดเห็น – Comments

เรื่องล่าสุด – Latest Posts

เรื่องเด่นประเด็นสำคัญ

.