วันรับคทามาจากผู้พยายามเสริมสร้างทุนทางสังคม

ท่านผู้อ่านที่เคารพ

อาจารย์ปราโมทย์ให้เกียรติผมโดยส่งคทาของคอลัมน์ “คิดถึงเมืองไทย” มาให้ คอลัมน์นี้มีประวัติยาวนานและกล่าวได้ว่าผู้ถือคทาล้วนสวมรองเท้าเบอร์ ๑๔-๑๕ กันทั้งสิ้น ผมสวมรองเท้าเบอร์ ๙ ฉะนั้นผมจะไม่สามารถวัดรอยเท้าของท่านเหล่านั้นได้แน่ แต่เมื่อรุ่นพี่ที่ผมเคารพรักและหนังสือพิมพ์ผู้จัดการให้ความไว้วางใจ ผมก็จะพยายามรักษาอุดมการณ์ของคอลัมน์ไว้อย่างสุดความสามารถ ขอเรียนว่าผมรับคทามาในฐานะผู้สืบทอดอุดมการณ์โดยจะประสานให้นักวิชาการสลับกันเขียน ในขณะนี้เรามีผู้เขียน ๔ คนรวมทั้งผมด้วย ท่านได้อ่านงานของคุณทวิช จิตรสมบูรณ์ คุณวิทยา วชิระอังกูร และคุณสุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธ์ บ้างแล้ว อีกไม่นานคุณชำนาญ พิเชษฐพันธ์ เนติบัณฑิตอังกฤษซึ่งมีลำนำชีวิตโดดเด่นและประสบการณ์หลากหลายจะมาร่วมหัวจมท้ายด้วย ในวันข้างหน้า คงจะมีผู้กระโดดเข้ามาร่วมเขียนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอาจารย์ปราโมทย์ก็คงจะกลับมาเขียนบ้างเป็นครั้งคราวเมื่ออาจารย์คันไม้คันมือขึ้นมาและพอหาเวลาได้

สำหรับวันนี้ซึ่งอาจารย์ปราโมทย์บอกว่าเป็นฤกษ์ดีเพราะเป็นวาระครบรอบ ๘ ปีที่สหรัฐอเมริกาถูกถล่มด้วยผู้ก่อการร้ายที่ใช้เครื่องบินโดยสารเป็นอาวุธ ผมขออนุญาตโหมโรงด้วยเรื่องก้อนเส้าซึ่งคงมีพวกเราไม่กี่คนเคยเห็น ผมมองว่าอาจารย์ปราโมทย์และผู้เขียนคอลัมน์ “คิดถึงเมืองไทย” ในอดีตพยายามเสริมสร้างก้อนเส้าก้อนหนึ่งติดต่อกันมาเป็นเวลานาน

ย้อนไปในสมัยก่อน ชาวบ้านที่ออกไปทำงานในป่าและตามท้องไร่ปลายนาต้องหาก้อนหินหรือก้อนดินที่สูงเท่า ๆ กันมาตั้งเป็นสามเส้าแล้วก่อไฟตรงกลางเพื่อตั้งหม้อหุงข้าว ก้อนเส้าต้องแข็งแกร่งและสูงเท่า ๆ กัน มิฉะนั้นหุงข้าวไม่ได้ ผมใช้ก้อนเส้าหุงข้าวเป็นประจำเมื่อครั้งยังอยู่กับพ่อแม่ในทุ่งนา จากมุมมองของการใช้ก้อนเส้า เมืองไทยของเราประสบปัญหาหนักหนาสาหัสอยู่ในขณะนี้เพราะตกอยู่ในภาวะที่มีก้อนเส้าไม่เท่ากัน ตั้งแต่วันที่เมืองไทยเริ่มเร่งรัดพัฒนาเมื่อราว 50 ปีก่อน เราพยายามเสริมสร้างก้อนเส้าก้อนหนึ่งซึ่งมักเรียกกันว่าการลงทุน รัฐบาลใช้เงินจำนวนมหาศาลก่อสร้างปัจจัยพื้นฐานจำพวกถนนหนทาง ท่าเรือ สนามบิน เขื่อนและโรงไฟฟ้า นอกจากนั้นก็มีการกระตุ้นการลงทุนในโรงงานและการผลิตชนิดอื่นผ่านรัฐวิสาหกิจและการจูงใจให้เอกชนทำ ทั้งเอกชนคนไทยและชาวต่างประเทศ

เนื่องจากรัฐบาลมีรายได้ไม่พอต่อการลงทุนเหล่านั้น จึงไปกู้เงินจากต่างประเทศมาเพิ่มทั้งจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเช่นธนาคารโลกและจากภาคเอกชน รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนและการนำเงินทุนเข้ามาจากต่างประเทศผ่านแรงจูงใจต่าง ๆ เช่น การยกเว้นภาษี การลงทุนเหล่านั้นเป็นการลงทุนทางเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการผลิตโดยตรงซึ่งก็มีผลให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ทั้งในด้านการมีปัจจัยพื้นฐานเช่นถนนหนทาง และการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นยกเว้นในช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เช่น ในขณะนี้และเมื่อปี ๒๕๔๐

พร้อม ๆ กับการลงทุนทางเศรษฐกิจ เราลงทุนทางด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยควบคู่กันไปด้วย รัฐบาลและเอกชนใช้เงินจำนวนมหาศาลในด้านนี้ซึ่งก็มีผลให้เห็นเป็นที่ประจักษ์เช่นกัน ทั้งในรูปของโรงเรียนชั้นประถมซึ่งกระจายออกไปถึงชุมชนห่างไกลและในรูปของมหาวิทยาลัยซึ่งเพิ่มขึ้นนับสิบเท่าจากเดิมที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงห้าแห่ง ตอนนี้เมืองไทยจึงมีผู้เรียนจบมหาวิทยาลัยนับล้านคนและประชาชนโดยทั่วไปมีความเชี่ยวชาญในด้านเทคนิคต่าง ๆ สูงกว่าในสมัยเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

กระบวนการลงทุนทางเศรษฐกิจและการศึกษาที่กล่าวมานั้นเกิดขึ้นทั้งในเมืองไทยและในต่างประเทศ นักพัฒนาเคยหวังกันว่าหลังเวลาผ่านไป 50 ปี ประเทศต่าง ๆ จะก้าวหน้าจนทัดเทียมกับประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันตก สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น แต่ความจริงหาเป็นเช่นไม่ เพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ทำได้ เช่น เกาหลีใต้และสิงคโปร์ ในขณะที่ส่วนใหญ่ยังตกอยู่ในสภาพเดิม ๆ ผู้สนใจในกระบวนการพัฒนาจึงพยายามค้นหาสาเหตุและได้ข้อสรุปซึ่งส่วนใหญ่ชี้ไปที่การมีทุนด้านที่สามไม่เพียงพอ ด้านนี้มีชื่อว่าทุนทางสังคมซึ่งไม่มีใครให้ความใส่ใจมาก่อนทั้งที่เคยมีผู้ศึกษามานานแล้ว ยิ่งกว่านั้นเมื่อมีผู้เสนอว่ามันมีความสำคัญ ผู้นั้นก็มักถูกโจมตี เริ่มจากวันที่ปราชญ์ชาวเยอรมันชื่อแมกซ์ เวเบอร์ เขียนหนังสือชื่อ The Protestant Ethic and the Spirit of Capitalism เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้อาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชื่อ เดวิด แลนเดส เขียนหนังสือออกมาชื่อ The Wealth and Poverty of Nations หลังจากได้พยายามแสวงหาปัจจัยที่อธิบายความล้มเหลวและความสำเร็จของประเทศต่าง ๆ ทุนทางสังคมเป็นปัจจัยหนึ่งถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้คำนี้โดยตรงก็ตาม ข้อสรุปของเขาได้รับการโจมตีคล้ายกับของเวเบอร์

ตอนนี้เริ่มมีการศึกษาเรื่องทุนทางสังคมมากขึ้น ตัวอย่างของการศึกษาในประเทศที่ก้าวหน้ามากแล้วได้แก่งานของอาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอีกคนหนึ่งชื่อโรเบอร์ต พัทนัม ซึ่งรวมเป็นหนังสือชื่อ Bowling Alone ส่วนตัวอย่างของการศึกษาในประเทศที่ก้าวหน้าน้อยลงมาได้แก่งานของอาจารย์มหาวิทยาลัยดุ๊กชื่ออนิรุธ กฤษณา ซึ่งพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือชื่อ Active Social Capital หนังสือเล่มนี้เป็นผลการวิจัยหมู่บ้านในอินเดีย 69 แห่งซึ่งสรุปว่า ทุนทางสังคมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา ในการทำงานของระบอบประชาธิปไตยและในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สองคนนี้ให้คำจำกัดความของทุนทางสังคมว่า เครือข่าย ฐานทางคุณธรรมและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งเอื้อให้เกิดการประสานงานและการทำงานร่วมกันให้สัมฤทธิ์ผล

หากนำคำจำกัดความนั้นมาเป็นฐานของการประเมินวิวัฒนาการและเหตุการณ์ในเมืองไทย เราคงได้แง่คิดชนิดเถียงกันไม่รู้จบเช่นเดียวกับข้อสรุปของเวเบอร์และแลนเดส ที่เป็นเช่นนั้นส่วนหนึ่งเพราะในบรรดาทุนทั้งสามอย่าง ทุนทางสังคมวัดยากที่สุด ยังผลให้นำไปใช้พิสูจน์สมมติฐานได้ยากกว่าทุนอีกสองอย่าง หลังจากได้คลุกคลีกับการพัฒนามานาน ผมแน่ใจว่า ทุนทางสังคมเป็นก้อนเส้าก้อนที่สามที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าก้อนอื่น และเมืองไทยจะไม่สามารถแก้ไขเหตุการณ์ปัจจุบันได้และพัฒนาต่อไปอย่างมั่นคง หรืออีกนัยหนึ่งหุงข้าวไม่สำเร็จ ถ้าไม่ลงทุนสร้างเสริมก้อนเส้าก้อนนี้ให้มีความสูงและแข็งแกร่งทัดเทียมกับก้อนอื่น

คำจำกัดความรวมคำว่า “ฐานทางคุณธรรม” อยู่ด้วย คำนี้มีความลุ่มลึกมากจนยากแก่ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านสังคมศาสตร์เช่นผมจะอธิบาย จากมุมมองของการพัฒนา ผมมองง่าย ๆ ว่ามันคือ การทำตามกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมที่จะยังผลให้สมาชิกของสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น สังคมไหนมีการทำตามกฎเกณฑ์ของสังคมมาก สังคมนั้นมีทุนทางสังคมสูง ตรงข้าม การไม่ทำตามกฎเกณฑ์ของสังคมอย่างแพร่หลายยังผลให้สังคมมีต้นทุนต่ำซึ่งรวมทั้งการกระทำง่าย ๆ ที่ไม่มีผลร้ายแรงนัก เช่น ทิ้งเศษกระดาษลงบนถนน ไปจนถึงความฉ้อฉลและการลุแก่อำนาจของผู้นำซึ่งมีความร้ายแรงสูงยิ่ง

จากประสบการณ์ที่ผมพยายามนำเรื่องเมืองไทยขาดก้อนเส้าก้อนที่สามมาเสนอในเวทีต่าง ๆ บางครั้งผมได้รับการโต้แย้งแบบเผ็ดร้อนเนื่องจากเพื่อนคนไทยหลาย ๆ คนมองไม่เห็นว่ามันเป็นประเด็นสำคัญ ส่วนฝรั่งที่รู้จักเมืองไทยเป็นอย่างดีมักจะเห็นด้วย แต่บอกว่าพวกเขาไม่กล้าพูดกับคนไทยแบบตรงไปตรงมาเพราะกลัวว่าจะเจ็บตัว ที่พูดเช่นนี้มิใช่ผมเป็นจำพวกขี้ชื่นชมฝรั่ง หากมองว่าความเห็นของพวกเขาคือกระจกเงาที่ช่วยให้เรามองเห็นตัวเอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผมไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านสังคมศาสตร์ จึงขอเสนอต่อผู้ที่มีความรู้ด้านนี้ให้ออกมาช่วยกันชี้แนะ หรือถ้าเป็นไปได้ ออกไปช่วยกันเสริมก้อนเส้าก้อนที่สามด้วย

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านหนังสือของแลนเดสซึ่งพูดถึงปัญหาของเมืองไทยและของกฤษณาซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ไม่มีเวลาไปอ่านทั้งเล่ม ผมได้ทำบทคัดย่อเป็นภาษาไทยไว้ให้แล้วและกัลยาณมิตรผู้หนึ่งได้นำไปใส่ไว้ในเวบไซต์ชื่อ www.sawaiboonma.com ซึ่งเขาสร้างขึ้นเพื่อปันงานส่วนหนึ่งของผมมาให้ผู้ที่สนใจอ่าน

หวังว่าประเด็นนี้จะมีผู้นำไปคิดต่อ ศึกษาและวิจัยโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาโทและเอก นอกจากนั้น ผู้ที่พอจะทำได้จะออกมาช่วยกันเสริมก้อนเส้าก้อนที่สามและอีกไม่นานก้อนเส้าก้อนนี้จะมีความสูงและแข็งแกร่งทัดเทียมกับอีกสองก้อนจนสังคมไทยสามารถหุงข้าวได้สำเร็จ

————————

บทความโดย ดร. ไสว บุญมา พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2552

เรื่องในหมวดเดียวกัน - Related posts

This entry was posted on Thursday, September 17th, 2009 and is filed under การพัฒนา. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

white-line S-Boonma

คุยกับผู้อ่านครั้งที่ ๑๒ วาระครบรอบหนึ่งปีของเว็บไซต์

>> เว็บไซต์นี้ปรากฏแก่สายตาผู้ท่องเว็บเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมเขียนมาคุยกับผู้อ่านเป็นครั้งคราว ตอบคำถามและเสริมความเห็นของผู้อ่านบ้าง และส่งเรื่องมาให้...เชิญอ่านต่อที่นี่<< white-line

......................................................................

[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]

white-line white-line white-line

มูลนิธินักอ่านบ้านนา donation bookandwriter

kosolanusim

bookish

เรื่องรายเดือน

เรื่องตามหมวดหมู่

ความคิดเห็น – Comments

เรื่องล่าสุด – Latest Posts

เรื่องเด่นประเด็นสำคัญ

.