คุยกับผู้อ่าน 3 ชุมชนพอเพียงของฝรั่ง
สหรัฐอเมริกาได้ชื่อว่าเป็น “หม้อรวมมิตร” (Melting Pot) เนื่องชาวอเมริกันเกิดจากร้อยพ่อพันแม่ซึ่งอพยพเข้าไปจากต่างถิ่น โอกาสที่ดีและความมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตอย่างไรก็ได้เป็นแรงจูงใจสำคัญแรงหนึ่งซึ่งดึงดูดผู้อพยพ ต่อมาความก้าวหน้าสูงเป็นแรงจูงใจสำคัญอีกแรงหนึ่งด้วย ในสายตาของชาวต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาเพียบพร้อมด้วยความก้าวหน้าสารพัด ฉะนั้น เมื่อผมพูดถึงชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่งซึ่งยังใช้ม้าลากไถและไม่ใช้แม้กระทั่งไฟฟ้า คนไทยจึงมักแสดงอาการเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งออกมาให้เห็น เมื่อปี ๒๕๔๕ ผมพิมพ์หนังสือเล่มเล็ก ๆ ชื่อ “อเมริกาที่ยังใช้ม้าเทียมไถ” เพื่อเล่าเรื่องราวของชาว “อามิช” ซึ่งดำเนินชีวิตแบบย้อนยุคนั้นให้คนไทยอ่าน

อเมริกามีชาวอามิชหลายแสนคน พวกเขาเป็นชาวยุโรปซึ่งอพยพเข้าไปในอเมริกาเหนือเมื่อหลายร้อยปีก่อนและดำเนินชีวิตแบบยุคนั้นติดต่อกันมาจนทุกวันนี้ นั่นคือ เลี้ยงชีวิตด้วยการเกษตรเป็นส่วนใหญ่โดยใช้ม้าลากไถและลากรถ ไม่ใช่ไฟฟ้า ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีโทรศัพท์ในบ้านและไม่มีรถยนต์ ผมพยายามศึกษาเรื่องราวของชาวอามิชเพราะอยากรู้ว่าการดำเนินชีวิตแบบย้อนยุคนั้นสร้างความสุขกายสบายใจแตกต่างกับสังคมอเมริกันรอบด้านที่ใช้เทคโนโลยีร่วมสมัยหรือไม่ ผมแน่ใจว่าพวกเขามีความสุขกายสบายใจไม่น้อยกว่าผู้อื่น
ในช่วงนี้มีนักข่าวชาวอเมริกันให้ความสนใจเรื่อราวของชาวอามิชเป็นพิเศษเนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำมานานและชาวอเมริกันจำนวนมากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นักข่าวอยากรู้ว่าชาวอามิชได้รับผลกระทบหรือไม่ คำตอบคือ พวกเขาได้รับเนื่องจากขายสินค้าบางอย่างไม่ค่อยได้ นักท่องเที่ยวผ่านไปในย่านของชาวอามิชน้อยลง และชาวอามิชที่ไปรับจ้างสร้างบ้านและทำงานกับผู้อื่นก็ตกงานคล้ายชาวอเมริกันทั่วไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชาวอามิชส่วนใหญ่ผลิตอาหารและเครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้านเอง ฉะนั้น โดยทั่วไปพวกเขาได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้อื่น ตอนนี้ชาวอเมริกันส่วนหนึ่งเริ่มมองเห็นผลดีของการดำเนินชีวิตแบบชาวอามิชและหันมาปลูกผัก เลี้ยงไก่และผลิตของใช้ภายในบ้านเองมากขึ้น แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะยังทำเช่นนั้นหรือไม่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มขยายตัวอีกครั้ง ดู ๆ แล้วชาวอเมริกันโดยทั่วไปก็ไม่ต่างกับคนไทยที่ไม่ค่อยเชื่อว่า ความสุขกายสบายใจอันเป็นจุดหมายหลักของชีวินนั้นเกิดขึ้นได้แม้กระทั่งในทุ่งไร่ปลายนาที่ไม่มีเทคโนโลยีล้ำยุค
เมื่อไม่นานมานี้มีนักศึกษาปริญญาโทจากสถาบันอันโด่งดังคนหนึ่งสนใจเข้าไปใช้ชีวิตแบบชาวอามิชอยู่ ๑๘ เดือน เขานำบทเรียนที่ได้ออกมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตหลังจากนั้น จากที่ได้อ่าน ผมเข้าใจว่าเขามีความสุขกายสบายใจดี เขาเขียนหนังสือออกมาชื่อว่า Better Off เพื่อเล่าเรื่องราวที่เขาไปอยู่กับชาวอามิช หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกมาก ผมได้ทำบทคัดย่อลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจเมื่อปีที่แล้วและได้แนบมาให้อ่านพร้อมกันนี้ด้วย (คลิกอ่านที่นี่)
ไสว บุญมา
๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒







Khun Sawai krub. Personally I’ve never seen Amish people before, but I could imagine how fascinating that would be to meet & associate with them. I’ve been to certain places in the U.S. that let me realize the country’s sharply diverse population.
I was once in Tuskegee, Alabama, I saw local people dressing and acting as if they lived in 1960’s ( they may act normally, but I possibly felt otherwise). Some of them were chewing chewing tobacco ( equivalent to Thai “Mhark” I guess ), playing bingo, watching dog race, and dressing in a very old fashion way, amazing indeed.
Another time, I visited a small town south of Madison, Wisconsin called New Glarus. It looks pretty much like a Swiss-German town. Cattle farming is abundant. Milk & milk-related products such as cheese, and chocolate are staple, and their taste is very very good. Beside farming, people there like to garden their lawn with variety of flowers, particularly during summer time. They have mild mentality comparing with people in big cities such as New York. In my view, although I have seen civility in big cities like NY city, Chicago, D.C., Atlanta, I think there are somewhat preferably different kinds of civility in many unique towns across the U.S.
It’s fascinating to see different ways of living within boundary of a country. Most of the time, Thai people perceive NY city, D.C., or San Francisco as reflections of the U.S. as though a vast majority of other U.S. soil is not counted.
Next stop, I’d like to see the declining Detroit and its vicinities as I want to see the bottom of an economic cycle in this area. I wonder if this region would ever come back as there are existing unparallel infrastructures such as rivers, lakes, canals, water ways and rail tracks waiting for prices of other factors of production to come down.
If you have available time, I’d like to hear your opinion krub.
Jadesada