ทองคำกำลังเป็นสนิม
ย้อนไป 161 ปี อันเป็นช่วงเวลาก่อนที่ดินแดนแถบแคลิฟอร์เนียจะได้รับการยกสถานะขึ้นเป็นรัฐ หนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้พบทองคำตามริมลำธารในย่านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเล็กๆ ชื่อซานฟรานซิสโก การพบนั้นนำไปสู่การอพยพของคนจำนวนมากเข้าไปในท้องที่ เพื่อหวังจะสร้างความร่ำรวยซึ่งส่วนหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ต่อมาจึงมีผู้ขนานนามแคลิฟอร์เนีย ว่า “รัฐทองคำ” (Golden State) นอกจากทองคำแล้ว ภูมิอากาศที่อยู่ในเกณฑ์อบอุ่นตลอดปีเป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้มีผู้อพยพเข้าไป ตั้งหลักแหล่งอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคนไทยซึ่งเข้าไปทำมาหากินในอเมริกาด้วย ในปัจจุบันนี้ แคลิฟอร์เนียจึงเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของสหรัฐ และพัฒนาอย่างรวดเร็วจนมีผลผลิตคิดเป็นหนึ่งในแปดของผลผลิตของประเทศนั้น หรือประมาณ 10 เท่าของไทยซึ่งก็ได้ชื่อว่าเป็น “สุวรรณภูมิ” หรือ ดินแดนแห่งทองคำ เช่นกัน
นอกจากนั้น แคลิฟอร์เนียยังมีอะไรดีๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกมาก เมืองซานฟรานซิสโกได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่งดงามที่สุดในสหรัฐ เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่มีความงดงามตามธรรมชาติ ซึ่งถูกสร้างเสริมเติมแต่งด้วยตึกรามบ้านช่องที่มีความงดงามเช่นกัน ยิ่งกว่านั้น ยังมีความหลากหลายในด้านวัฒนธรรมต่างๆ ที่สร้างจุดสนใจอีกด้วย ในแต่ละปี จึงมีนักท่องเที่ยวไปเยือนซานฟรานซิสโกมากกว่าจำนวนที่มาเที่ยวเมืองไทยเสีย อีก นครลอสแองเจลิสอาจไม่งดงามเท่าซานฟรานซิสโก แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งโด่งดังไปทั่วทั้งโลก นั่นคือ กิจการสร้างภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์และดนตรีที่มีศูนย์กลางอยู่ทางย่านฮอลลีวู้ด ย่านนั้นดึงดูดทั้งผู้ที่หวังจะเป็นดาราและผู้ที่หวังจะมีโอกาสสัมผัสกลิ่น อายของโลกมายาว่าเป็นเช่นไร นครนี้มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับกรุงเทพฯ เนื่องจากก่อตั้งขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน และต่อมา ได้รับการยกระดับของความสัมพันธ์ให้เป็นฉันเมืองพี่เมืองน้อง
แคลิฟอร์เนียมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นหัวจักรขับเคลื่อนให้เกิดคลื่นลูกที่ 3 หรือยุคข่าวสารข้อมูล ผู้นำด้านเทคโนโลยีมีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของซานฟรานซิสโก ย่านนั้นมีชื่อว่า “หุบเขา ซิลิคอน” (Silicon Valley) อันเกิดการนำสภาพทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นรูปกระทะมาผสมกับซิลิคอน ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการสร้างแผงไฟฟ้าขนาดจิ๋วสำหรับคอมพิวเตอร์และเครื่อง ใช้อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจัยที่ทำให้ศูนย์กลางทางเทคโนโลยีดิจิทัลไปเกิดในย่านนั้น ก็เพราะมันอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งมีห้องปฏิบัติการชั้นเยี่ยมทางด้านนี้ และแต่ละปีผลิตนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรชั้นนำจำนวนมาก
ในขณะที่เรียนหนังสืออยู่ ผู้ที่มีมันสมองปราดเปรื่องเหล่านั้นมักหาทางก่อตั้งกิจการด้านคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ไปด้วย พูดถึงมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เฉพาะสแตนฟอร์ดซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเท่านั้นที่มีชื่อเสียงโด่ง ดัง มหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งก็มีชื่อเสียงเช่นกันโดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ ณ เมืองเบอร์กเล่ย์ และ ณ นครลอสแองเจลิส มหาวิทยาลัยของรัฐเก็บค่าเล่าเรียนต่ำมาก จากผู้ที่มีถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ฉะนั้น มหาวิทยาลัยจึงเป็นแรงจูงใจให้มีผู้เข้าไปอยู่ในรัฐนั้นอีกทางหนึ่งด้วย
แม้เนื้อที่ส่วนหนึ่งจะแห้งแล้งจนเป็นทะเลทราย แต่ภาคเกษตรกรรมของแคลิฟอร์เนีย สามารถผลิตผักและผลไม้ได้มากตลอดปี จนเหลือส่งไปขายให้ชาวอเมริกันทั่วประเทศ นอกจากนั้น ชาวแคลิฟอร์เนียยังสามารถผลิตเหล้าองุ่นอย่างดีได้ไม่แพ้ผู้ผลิตในภาคพื้น ยุโรปอีกด้วย ความอุดมสมบูรณ์ของภาคเกษตรกรรม ทำให้อาหารในรัฐนี้มีราคาค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับอีกหลายส่วนของประเทศ
เทียบกับสังคมอเมริกันทั่วไป ชาวแคลิฟอร์เนียจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเคร่งเครียดต่ำ เพราะดำเนินชีวิตแบบสบายๆ ใครจะทำอะไรก็ไม่ว่ากัน ทัศนคติแนวนี้เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดคนต่างวัฒนธรรมและต่างความคิดกับคนส่วน ใหญ่ให้สนใจอพยพเข้าไปตั้งหลักแหล่ง ยิ่งกว่านั้น การที่รัฐมีสวัสดิการสารพัดอย่างให้ประชาชนก็เป็นแรงจูงใจอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อรวมสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน แคลิฟอร์เนียจึงมีประกายโดดเด่นดั่งเป็นทองคำสมตามชื่อเล่นของรัฐ
อย่างไรก็ตาม ทองคำกำลังขึ้นสนิมเพราะในช่วงหลังๆ นี้ ชาวแคลิฟอร์เนียไม่ต้องการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริการชั้นดีที่รัฐจัดให้ประชาชน ยังผลให้งบประมาณของรัฐตกอยู่ในภาวะขาดดุลจำนวนมหาศาล ตอนนี้รัฐบาลจึงไม่มีเงินจ่ายให้แก่เอกชนที่มีสัญญาส่งสินค้าและบริการให้ แก่รัฐนับเป็นแสนราย และต้องใช้วิธีแตะโป้งไว้ก่อนคิดเป็นเงินเกินพันล้านดอลลาร์แล้ว ในขณะเดียวกัน งบประมาณหลายด้านก็ถูกตัดทอนลงรวมทั้งด้านการศึกษา การรักษาพยาบาลและสวัสดิการสังคมอื่นๆ ทำให้ความน่าอยู่ของแคลิฟอร์เนียหดหายไป จนดูไม่ต่างกับส่วนอื่นของประเทศ
ในช่วงหลายปีมานี้ รัฐบาลของชาวสุวรรณภูมิก็ใจดีไม่แพ้รัฐบาลของรัฐแคลิฟอร์เนีย โครงการลดแลกแจกแถมจำนวนมากจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงการเหล่านี้จะมีผลทางด้านงบประมาณในระยะยาวอย่างไรดูจะไม่มีใครสนใจ เท่าไรนัก ชาวสุวรรณภูมิส่วนใหญ่ก็ดีใจที่ได้ของเปล่า ในขณะเดียวกัน เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการใช้งบประมาณจำนวนมาก นักการเมืองจำนวนหนึ่งซึ่งมีความฉ้อฉลในกมลสันดานจึงต้องการเข้ามาตัดตอนไป เป็นของตน ยังผลให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงขึ้นในสังคม
เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ว่าทองคำกำลังเป็นสนิมในสุวรรณภูมิเช่นเดียวกับที่เกิด ขึ้นในรัฐทองคำ อย่างไรก็ตาม รัฐทองคำมีระบบการเมืองที่ค่อนข้างโปร่งใสและไม่ค่อยมีผีปอบมากนัก นอกจากนั้น ยังมีรายได้และความก้าวหน้าสูงกว่าสุวรรณภูมิ ส่งผลให้การล้างสนิมทำได้ง่ายกว่าด้วย ส่วนในสุวรรณภูมิตอนนี้ดูจะยิ่งมีสนิมเขลอะขึ้น การล้างสนิมต้องเริ่มด้วยชนชั้นผู้นำไม่ทำตัวเป็นปอบเข้ามาตัดตอนงบประมาณ ตามด้วยการสนับสนุนของคนส่วนใหญ่ที่ไม่หวังได้ของเปล่า ไม่อย่างนั้นอีกไม่นานสุวรรณภูมิจะถูกสนิมถาวรกัดกินให้ผุกร่อนจนเป็นผุยผง
_________________________
บทความโดย ดร.ไสว บุญมา ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บ้านเขาเมืองเรา หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 14 สิงหาคม 2552







Leave a Reply