การมองโลกในแง่ดีแม้ปี 2555 จะมาถึงก่อนกำหนด

ในภาวะที่หลายสิ่งหลายอย่างดูจะประดังกันเข้ามา มีผู้ถามผมเกี่ยวกับปี 2555 อยู่ไม่ขาด  สำหรับผู้ที่อาจหลงลืมไป ขอทบทวนว่า พ. ศ. 2555 เป็นปีที่โหรและปราชญ์ทำนายว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ชนิดที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน  ผู้ทำนายได้แก่ชาวมายาซึ่งเคยรุ่งเรืองอยู่ในอเมริกากลาง ชาวฝรั่งเศสชื่อนอสตราดามุส และล่าสุดเป็นภิกษุไทยชื่อฐิติลาโภ ภิกขุ ซึ่งกรุงเทพธุรกิจนำเรื่องราวมาเล่าไว้ในฉบับประจำวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา  คำทำนายทั้งสามนั้นไม่มีการอธิบายว่าอะไรจะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้เดากันไปต่าง ๆ นานา เช่น ลูกอุกาบาตรขนาดใหญ่อาจพุ่งชนโลก และการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศจะก่อให้เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ซึ่งจะทำให้ประชากรโลกล้มตายกันนับพันล้านคน  นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์ของปราชญ์ชาวฮังการีชื่อเออร์วิน ลาสซโลซึ่งสรุปว่า ปัญหาต่าง ๆ กำลังประดังกันเข้ามาและเมื่อถึงปี 2555 โลกจะเดินเข้าทางแห่งความล่มสลายแบบกู่ไม่กลับหากเรารับมือกับปัญหาเหล่านั้นไม่ได้  แต่หากเราแก้ปัญหาได้ โลกจะพัฒนาต่อไปสู่ความยั่งยืน

เหตุการณ์พื้นฐานที่สุดคงได้แก่ภาวะโลกร้อนซึ่งตอนนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เราโดยเฉพาะการเผาผลาญเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์จำพวกถ่านหินและน้ำมันปิโตรเลียม  การเผาผลาญเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะปัจจัยสองอย่าง นั่นคือ จำนวนประชากรโลกและการบริโภคของแต่ละคนซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งทั้งคู่  ภาวะโลกร้อนก่อให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายหลายอย่างรวมทั้งภาวะฝนแล้งจัด ลมพายุขนาดยักษ์ ฝนตกหนักเกินปกติและน้ำแข็งขั้วโลกละลายยังผลให้ผืนดินตามชายฝั่งจมทะเล  ทั้งที่เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าปัญหามีที่มาจากการเผาผลาญเชื้อเพลิง แต่ชาวโลกก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะลดการเผาผลาญนั้นอย่างไร  ในเดือนธันวาคมนี้จะมีการประชุมใหญ่ในประเทศเดนมาร์กเพื่อหาข้อตกลงกันอีกครั้ง  แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรชี้บ่งว่าการประชุมนั้นจะนำไปสู่การกระทำที่ลดภาวะโลกร้อนได้อย่างแท้จริง

เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในภาวะถดถอย  ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้แก่การบริโภคเกินพอดีของชาวอเมริกันตามด้วยชาวโลกที่พยายามเลียนแบบ  ทั้งที่รู้ว่าการบริโภคเกินพอดีคือตัวเจ้าปัญหา แต่รัฐบาลทั่วโลกก็ยังพากันกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวเช่นเดิมอีก  ยิ่งกว่านั้นยังมีการวางแผนระยะยาวเพื่อจับจองเอาทรัพยากรมาไว้ใช้สำหรับกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราสูงสุดอีกด้วย  เกือบทุกสัปดาห์จึงมีข่าวว่าจีนไปจับจองทรัพยากรในหลายส่วนของโลก (นิตยสาร Fortune ฉบับประจำวันที่ 26 ตุลาคมมีบทสรุป)  จีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่ทำเช่นนั้น  การจับจองดังกล่าวเป็นตัวชี้บ่งว่า ในอนาคตความขัดแย้งจากการแย่งชิงทรัพยากรจะเข้มข้นขึ้นและการเผาผลาญเชื้อเพลิงอันเป็นบ่อเกิดของภาวะโลกร้อนจะเพิ่มขึ้นต่อไป  หากมองว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในปัจจุบันคือสัญญาณเตือนภัยให้ชาวโลกเปลี่ยนวิธีคิดและกิจกรรมที่ทำให้โลกเดินเข้าสู่ทางแห่งความล่มสลายในปี 2555 ชาวโลกยังอ่านสัญญาณไม่ออก หรือไม่ก็สุดโอหัง จึงยังไม่เปลี่ยนความคิดพื้นฐาน  ฉะนั้น อาจสรุปได้ว่า โลกเริ่มเดินเข้าทางแห่งล่มสลายแบบกู่ไม่กลับก่อนที่ปี 2555 จะมาถึง

นั่นเป็นภาพใหญ่  ลองหันมามองเมืองไทยกันดูบ้าง  เนื่องจากเท่าที่ผ่านมา เราไม่ได้ทำอะไรต่างไปจากชาวโลกส่วนใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ  ฉะนั้นเราอยู่ในเรือลำเดียวกันกับพวกเขา  แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น  แนวโน้มปัจจุบันบ่งว่า แม้ชาวโลกส่วนใหญ่จะสามารถหยุดยั้งการเดินเข้าทางแห่งความล่มสลายได้ แต่เมืองไทยก็อาจล่มจม  ปัจจัยที่จะทำให้สังคมไทยล่มจมในขณะนี้คือความขี้โกง  การสำรวจความเห็นของคนไทยครั้งล่าสุดโดยสำนักเอแบคโพลล์พบว่า สัดส่วนของคนไทยที่รับความฉ้อฉลของรัฐบาลได้เพิ่มจาก 63.2% เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วเป็น 77.5% ในเดือนตุลาคมปีนี้ และ 58.6% มองว่าใคร ๆ ก็ทุจริตเพื่อเอาตัวรอดกันทั้งนั้น  ทัศนคติพื้นฐานที่ชี้ให้เห็นถึงสันดานโจรเช่นนี้คือรากเหง้าของความขัดแย้งครั้งใหญ่ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในสังคม จากระดับผู้บริหารบ้านเมืองไปจนถึงในท้องไร่ปลายนา  นักการเมืองจำนวนมากที่คดในข้องอในกระดูกและโกงชาติบ้านเมืองอย่างต่อเนื่องได้รับการสนับสนุนเพราะข้อมูลบ่งว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ต่างกับพวกเขา

ตั้งแต่วันที่ผมเริ่มเขียนหนังสือและบทความตามหน้าหนังสือพิมพ์หลังปี 2540 ผมเสนออยู่เสมอว่า ทางออกของชาวโลกและของชาวไทยอยู่ในกรอบแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง  ทั้งที่มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง แต่หลังเวลาผ่านไปกว่าสิบปี ผมเห็นว่ามีคนไทยเข้าใจและนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กันอย่างถูกต้องเพียงจำกัด  ฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ จึงกำลังนำเมืองไทยไปสู่ความล่มจม  มีผู้ที่อยู่ในภาวะจะถอดใจเพราะมองไม่เห็นทางออกถามผมไม่ขาดว่าจะทำอย่างไร  ผมพยายามใช้ทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีกและเรื่องกระดานหกตอบว่า อย่าเพิ่งถอดใจเพราะในภาวะที่เหมาะสมแรงลมจากปีกผีเสื้อจะกลายเป็นพายุใหญ่ หรือไม่การกระทำอันถูกต้องของเราคือน้ำหนักก้อนสุดท้ายที่จะทำให้กระดานหกไปตกทางฝั่งของความยั่งยืน

หากมองจากสองมุมนั้นแล้วยังท้อใจ ผมแนะนำให้คิดอย่างนี้ครับ  เราทุกคนรู้ว่าในวันหนึ่งข้างหน้าเราตายแน่ ๆ  แต่เราก็ยังกินอาหารจนกว่าวันนั้นจะมาถึงโดยเฉพาะอาหารที่ถูกหลักอนามัยเพื่อวันตายจะได้มาถึงช้าลง  ในทำนองเดียวกัน  แม้ความล่มสลายอันเกิดจากคนส่วนใหญ่ขี้โกง หรือชาวโลกส่วนใหญ่ยังไม่ยอมเปลี่ยนแนวคิดและทำกิจกรรมที่ควรทำดูกำลังจะเกิดขึ้น เราก็ต้องทำในสิ่งที่เราเห็นว่าถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะต้องไม่ดูดายและช่วยกันคนละไม้ละมือในสิ่งที่พอทำได้  เรารู้แล้วว่าอีกไม่ช้าเราอาจไม่ตายเพราะเทคโนโลยีใหม่จะเอื้อให้เราเปลี่ยนอวัยวะที่เสื่อมลงได้  ในทำนองเดียวกัน การทำในสิ่งที่ถูกต้องของเราอาจจะชะลอความล่มสลายออกไปจนกว่าจะมีโลกใหม่เกิดขึ้นมาแทน  เข้าใจนะครับ

—————————————

บทความโดย ดร.ไสว บุญมา พิมพ์ครั้งแรกใน คอลัมน์ บ้านเขาเมืองเรา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 30 ตุลาคม 2552

เรื่องในหมวดเดียวกัน - Related posts

This entry was posted on Tuesday, November 3rd, 2009 and is filed under ประชาสังคม. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “การมองโลกในแง่ดีแม้ปี 2555 จะมาถึงก่อนกำหนด”

  1. coff47 on January 9th, 2010 at 7:00 pm

    ผมไม่เห็นใครพูดถึง FTA ไทย-จีนเลย ที่มผลบังครับใช้มาแล้วตั้งหลายวัน กับพูดถึงสิ่งที่ไกลตัวมากๆ แต่วันนี้ที่พี่น้องเกษตรกรของท่านกำลัง กับการทะลักสินค้าเกษตร ประสบอยู่แม้แต่รัฐยังพูดไม่เป็น โง่กันเป็นแถว ในเชิงลึกแล้วจีนได้ไปหมดเกือบทุกประตู แม้แต่สินค้าที่ไทยจะเอาไปขายให้ ดูเหมือนจะเสรี แต่กับถูกกันด้วยกำแพงอย่างแยบยล จนคนที่บริหารงานสายตรงทางนี้ต้องหลบเอาโง่ไปซ่อนอีกหน ..หับมามองเสียทีเถอะครับ มองและคิด ทำอย่างฉลาด ใหนก็มีอำนาจ ..บอกให้รู้นี่คือการลุกคาดหมายยึดเมืองเลยละ เจ้านาย.

  2. ไสว บุญมา on January 9th, 2010 at 7:50 pm

    ขอบคุณครับคุณ coff47

Leave a Reply

white-line S-Boonma

คุยกับผู้อ่านครั้งที่ ๑๒ วาระครบรอบหนึ่งปีของเว็บไซต์

>> เว็บไซต์นี้ปรากฏแก่สายตาผู้ท่องเว็บเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมเขียนมาคุยกับผู้อ่านเป็นครั้งคราว ตอบคำถามและเสริมความเห็นของผู้อ่านบ้าง และส่งเรื่องมาให้...เชิญอ่านต่อที่นี่<< white-line

......................................................................

[อ่าน "คุยกับผู้อ่าน" ทั้งหมดที่นี่]

white-line white-line white-line

มูลนิธินักอ่านบ้านนา donation bookandwriter

kosolanusim

bookish

เรื่องรายเดือน

เรื่องตามหมวดหมู่

ความคิดเห็น – Comments

เรื่องล่าสุด – Latest Posts

เรื่องเด่นประเด็นสำคัญ

.