ต้นแค เสาเข็ม (2)
ข้อสังเกตของผมวัดเป็นตัวเลขไม่ได้จึงยากแก่การพิสูจน์ให้เห็นอย่างแน่ชัดว่าใกล้ความเป็นจริงแค่ไหน ในปัจจุบันนี้ ไม่เฉพาะผมเท่านั้นที่สนใจเรื่องในทำนองนี้ มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจอย่างจริงจังและได้ตั้งสถาบันขึ้นเพื่อศึกษาเรื่องการฉ้อโกงในประเทศทั่วโลกขึ้นที่ประเทศเยอรมัน สถาบันนี้มีชื่อว่า Transparency International ถ้าจะแปลเป็นภาษาไทยอาจเป็น สถาบันวิจัยความโปร่งใสระหว่างประเทศ หรืออะไรทำนองนั้น งานหลักชิ้นหนึ่ง
ของสถาบันนี้คือการค้นคว้าเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือที่เรียกว่าคอร์รัปชั่นในประเทศต่าง ๆ เขาใช้วิธีออกแบบสอบถามนักธุรกิจ นักวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลงทุน และคนทั่วไปว่ามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเทศต่าง ๆ ในเรื่องการคอร์รัปชั่น เขาใช้ดัชนีจาก 10 ถึง 0 ประเทศที่ไม่มีคอร์รัปชั่นได้รับดัชนีเป็น 10 ประเทศที่มีคอร์รัปชั่นมาก ๆ ได้รับดัชนีใกล้ ๆ เลข 0 ผลของการวิจัยปรากฏดังตารางข้างล่างนี้
จากดัชนีนี้ เราอาจอ่านได้ว่า นักธุรกิจ นักวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลงทุน และประชาชนทั่วไปที่สถาบันนี้ขอความเห็นบอกว่าเดนมาร์คมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงน้อยที่สุด (ดัชนี = 10) ส่วนไทยเราเขาเห็นว่ามีการคดโกงค่อนข้างมากทีเดียว (ดัชนี = 3.2) และตกอยู่เป็นอันที่ 68 จาก 96ประเทศ
ผมค่อนข้างแน่ใจว่าคนไทยส่วนมากไม่รู้หรอกว่าฝรั่งมองเมืองไทยว่ามีคอร์รัปชั่นมากทีเดียว และผมไม่แน่ใจว่าคนไทยส่วนมากมีความเห็นว่าอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตามที่ผมได้พูดคุยกับคนที่คุ้นเคยเป็นจำนวนมากในระหว่างที่ผมมาอยู่เมืองไทยครั้งละหลาย ๆ เดือนในระยะสองปีมานี้ ผมรู้สึกว่าคนไทยส่วนมากเชื่อว่าเมืองไทยมีการคอร์รัปชั่นระดับสูงมากและเอือมระอากับเรื่องนี้มากทีเดียว ผมค่อนข้างวิตกเมื่อได้อ่านว่าฝรั่งไม่ค่อยเชื่อถือผู้นำไทยนักและคนไทยเองก็เห็นด้วย ผมวิตกเพราะกลัวเมืองไทยจะพัฒนาไปไม่สำเร็จ ถ้าผู้นำไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้เพราะการพัฒนาต้องการการลงทุนทั้งจากต่างประเทศและจากคนไทยเอง ถ้าผู้ที่มีเงินและศักยภาพในการลงทุนคิดว่าผู้นำของประเทศฉ้อโกงสูงมาก เขาจะต้องลังเลและทำให้การลงทุนน้อยลงกว่าที่ประเทศต้องการ เมื่อการลงทุนมีน้อย อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจย่อมลดลงด้วย นั่นคือการพัฒนาต้องชะลอลง
ผมนำเอาดัชนีของเขานี้ไปเทียบกับรายได้ต่อบุคคลล่าสุดที่ธนาคารโลกพิมพ์ออกมาเพื่อจะดูว่าประเทศที่โลกลงความเห็นว่ามีการฉ้อโกงมากน้อยนั้นเป็นประเทศที่เจริญมากเจริญน้อยปานใด ผมใช้รายได้ต่อบุคคลวัดความเจริญหรือการพัฒนา คือ รายได้สูงชี้ว่ามีความเจริญหรือการพัฒนาสูง เมื่อนำมาเทียบกันแล้ว ผมก็คิดหาความสัมพันธ์ของดัชนีทั้งสองนี้ ผลปรากฏว่าดัชนีทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์กัน (ที่ฝั่งเรียกว่า Correlation Coefficient) สูงมากถึง 0.86
จากการสังเกตและการวิเคราะห์นี้ ผมอยากสรุปง่าย ๆ ว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศด้อยพัฒนาไม่สามารถพัฒนาไปจนเทียบเท่ากับประเทศที่เจริญแล้วได้ ต้องล้มลุกคลุกคลาน หรือต้องถอยหลังเข้าคลองคือ ไอเอ็มเอฟ แต่ ไอเอ็มเอฟ ในที่นี้ไม่ได้ย่อมาจาก International Monetary Fund ที่ใครต่อใครชอบกล่าวโทษ ชอบด่า หากย่อมาจาก Insufficient Moral Foundation ซึ่งหมายความว่าฐานทางศีลธรรมจรรยาของประเทศเหล่านี้ยังไม่แน่นพอที่จะสนับสนุนให้ประเทศเจริญไปกว่าที่เป็นอยู่ได้ หรือพูดได้อีกนัยหนึ่งว่าการพัฒนาที่มุ่งไปที่วัตถุอย่างเดียวอาจได้รับความสำเร็จถึงระดับหนึ่ง แต่จะไม่ยั่งยืนและพัฒนาต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่ทำไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาทางจิตใจซึ่งได้มาจากการปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรมจรรยา การพัฒนาจิตใจคนให้สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งของความมั่นคงของสังคมและการเมือง.
ที่มา ของข้อมูลคือ ดัชนีการฉ้อโกงมาจาก Transparency International ตามที่เผยแพร่ทาง Internet ปี 1999 รายได้ต่อบุคคลมาจากธนาคารโลกตามที่พิมพ์ใน World Development Report 1999/2000
ดูตารางฉบับเต็มที่นี่>> ดัชนีคอรัปชั่น
____________________
บทความโดย ดร.ไสว บุญมา เป็นบทหนึ่งในหนังสือเรื่อง “ไอเอ็มเอฟ ไอเอ็มเอฟ ไอเอมเอฟ” (IMF ในที่นี้ย่อมาจาก Insufficient Moral Foundation หรือ ฐานทางศีลธรรมจรรยาต่ำ ไม่ใช่ International Momentary Fund)










Leave a Reply